LEPAS ชู ‘Elegant Technology’ ดันเทคโนโลยีอัจฉริยะยกระดับประสบการณ์ขับขี่ เจาะตลาดรถพลังงานใหม่

LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่จาก Chery Auto เดินหน้าสร้างจุดต่างในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยแนวคิด ‘Elegant Technology’ ผสานเทคโนโลยีขับเคลื่อน ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และความปลอดภัยเข้ากับแพลตฟอร์ม LEX รองรับทั้ง BEV และ PHEV พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีจอดรถอัจฉริยะ SIVP และระบบ Full-domain OTA หวังยกระดับประสบการณ์การเดินทางและขยายแบรนด์สู่ตลาดโลก

26 ส.ค. 2569 – LEPAS วางตำแหน่งแบรนด์ในฐานะ “แบรนด์อันดับหนึ่งเพื่อไลฟ์สไตล์การเดินทางอันสง่างาม” โดยใช้แพลตฟอร์มอัจฉริยะ LEX เป็นพื้นฐานในการพัฒนารถยนต์หลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึงรองรับตัวถังรถยนต์หลายขนาด เพื่อให้สามารถปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด

จุดเด่นของแพลตฟอร์ม LEX อยู่ที่สถาปัตยกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EEA ที่ใช้ตัวควบคุมโดเมนแบบรวมศูนย์และระบบอีเทอร์เน็ตยานยนต์ระดับกิกะบิต ทำให้สามารถประมวลผลคำสั่งจากผู้ขับขี่และควบคุมการทำงานของรถได้รวดเร็วขึ้น โดย LEPAS มุ่งให้เทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นประสบการณ์ใช้งานจริง ทั้งการส่งกำลังที่ราบรื่น การบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ การเบรกที่นุ่มนวล และการควบคุมตัวถังที่มั่นคง

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังถูกออกแบบให้สามารถพัฒนาและอัปเกรดได้ต่อเนื่อง ปัจจุบันรองรับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ Level 2 ขณะที่ระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง หรือ Highway NOA มีกำหนดเปิดใช้งานภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน LEPAS เตรียมนำระบบ Super Intelligent Valet Parking หรือ SIVP มาใช้ในรถยนต์บางรุ่น เพื่อรองรับการจอดในพื้นที่แคบ การนำทางภายในอาคารจอดรถ และการจอดรถแบบอัตโนมัติ

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ LEPAS ให้ความสำคัญคือ Full-domain OTA ซึ่งช่วยให้สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์และฟังก์ชันต่างๆ ของรถผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอดอายุการใช้งาน ทำให้รถสามารถพัฒนาความสามารถและประสบการณ์ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องรอการเปลี่ยนรถรุ่นใหม่

สำหรับตลาดต่างประเทศ LEPAS ระบุว่าแพลตฟอร์ม LEX ได้รับการปรับจูนให้เหมาะกับสภาพถนน ภูมิอากาศ และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะ ระยะทางการขับขี่ และการควบคุมรถ

ในส่วนของรถ BEV ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ 12-in-1 ซึ่งมีประสิทธิภาพระบบสูงสุด 90.8% พร้อมแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานเซลล์ 186 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม รองรับการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที และสามารถทำงานในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -25 ถึง 55 องศาเซลเซียส ขณะที่รถ PHEV ใช้ระบบ LEPAS Super Hybrid เพื่อเพิ่มทั้งความราบรื่นในการส่งกำลังและระยะทางการเดินทาง

ด้านความปลอดภัย LEPAS พัฒนาแพลตฟอร์ม LEX ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP ปี 2026 โดยระบบ ADAS ผ่านการทดสอบในสถานการณ์จำลองมากกว่า 1,200 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งการเปลี่ยนเลน การตัดผ่านการจราจร และการขับขี่ในสภาพทัศนวิสัยต่ำ ขณะที่ระบบตรวจจับผู้ขับขี่ หรือ DMS ได้รับการพัฒนาให้รองรับ 25 จุดตรวจจับ

นอกจากนี้ ยังมีระบบปลดล็อกสำรอง 4 ชั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนแบตเตอรี่ได้รับมาตรฐานการป้องกันระดับ IP68 และ IPX9K พร้อมระบบป้องกันการลุกลามของความร้อน หรือ Thermal Runaway ที่ปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและชื้น เพื่อรองรับการใช้งานในตลาดเขตร้อน

LEPAS ระบุว่าแนวคิด “Elegant Technology” ไม่ได้มุ่งแข่งขันด้วยตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง ทั้งด้านความสะดวก ความมั่นใจ ความปลอดภัย และความสบายในการเดินทาง

แบรนด์ยังมองว่าเทคโนโลยีจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในระยะต่อไป โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับระบบช่วยขับขี่ ซอฟต์แวร์ การอัปเดตฟังก์ชัน และระบบความปลอดภัยควบคู่ไปกับสมรรถนะและระยะทางการขับขี่

ปัจจุบัน LEPAS ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ภายใต้ Chery Auto กำลังขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ โดยมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการทั่วโลกกว่า 500 แห่ง และวางแนวทางการทำตลาดด้วยการปรับผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ให้เหมาะกับแต่ละประเทศ

สำหรับ Chery Auto ก่อตั้งในปี 1997 และดำเนินธุรกิจในมากกว่า 130 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยมีธุรกิจครอบคลุมการพัฒนายานยนต์ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และโซลูชันพลังงานใหม่ ขณะที่บริษัทระบุว่าเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับ 1 ของแบรนด์จีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 23

อย่างไรก็ดี LEPAS วางองค์ประกอบหลักของแบรนด์ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ Leopard Aesthetics สุนทรียะแห่งเสือดาว, Elegant Technology เทคโนโลยีอันสง่างาม และ Exquisite Space พื้นที่ใช้สอยอันประณีต โดยมุ่งเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง “ความสง่างาม” ให้กลายเป็นประสบการณ์การใช้งานจริง และใช้เทคโนโลยีเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์ในตลาดรถพลังงานใหม่ทั่วโลก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง