
เมื่อการท่องเที่ยวไม่ได้จบแค่การเช็กอิน แต่สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยดูแลธรรมชาติ ‘แคลร์ – ณริดา จรณะจิตต์’ เยาวชนนักอนุรักษ์วัย 17 ปี จึงพัฒนา ‘BlueQuest’ แอปพลิเคชันที่ผสานการท่องเที่ยวเข้ากับการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล หวังทำให้เรื่องการอนุรักษ์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวและคนทั่วไป
28 ส.ค. 2569 – BlueQuest เกิดขึ้นจากมุมมองว่า ในระหว่างการเดินทาง ผู้คนมักพบเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งขยะริมชายหาด สัตว์ทะเลได้รับบาดเจ็บ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับแหล่งท่องเที่ยว แต่หลายครั้งไม่รู้ว่าจะส่งต่อข้อมูลให้ใคร หรือไม่มีช่องทางที่ใช้งานได้ง่าย จึงนำมาสู่แนวคิดในการสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อม “คนเที่ยว” เข้ากับ “คนดูแลทะเล”
ตัวแอปออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานสิ่งที่พบระหว่างการเดินทางได้ทันที ผ่านฟังก์ชัน Report เพียงถ่ายภาพหรืออัปโหลดรูป ระบุตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียด และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ โดยแบ่งประเภทการรายงานออกเป็นทั้งการพบสัตว์ทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ เกยตื้น หรือติดอวน ปัญหาขยะและมลพิษ ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการแจ้งกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล
จุดที่ BlueQuest พยายามสร้างความแตกต่างคือการทำให้การอนุรักษ์ไม่ดูเป็นเรื่องไกลตัวหรือยุ่งยาก เพราะผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพียงดาวน์โหลดแอป สมัครสมาชิก และเปิดใช้งานตำแหน่ง ก็สามารถร่วมส่งต่อข้อมูลจากพื้นที่จริงได้ทันที อีกทั้งยังรองรับ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน และรัสเซีย รองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ขณะเดียวกัน BlueQuest ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับแจ้งปัญหา แต่ยังนำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเข้ามาไว้ในแอปเดียว ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว แผนที่ สภาพอากาศ เวลาพระอาทิตย์ขึ้น–ตก รวมถึงข้อมูลน้ำขึ้น–น้ำลง ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนกิจกรรมและเลือกช่วงเวลาเดินทางได้สะดวกขึ้น
ในมุมธุรกิจและการตลาด แนวคิดของ BlueQuest ยังสะท้อนเทรนด์การท่องเที่ยวที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความยั่งยืนมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการเป็นเพียง “นักท่องเที่ยว” ให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมกับพื้นที่ปลายทาง ขณะเดียวกันข้อมูลจากผู้ใช้งานยังสามารถนำมาพัฒนาเป็นฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต
สำหรับกระบวนการจัดการข้อมูล รายงานที่ส่งเข้ามาจะผ่านการตรวจสอบโดยผู้ดูแลระบบ ทั้งด้านความครบถ้วน ความถูกต้อง และการลดข้อมูลซ้ำซ้อน ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามประเภทของเหตุการณ์ โดยระยะแรกตั้งเป้าตรวจสอบเบื้องต้นภายในประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะผ่าน My Reports และ Notifications
จุดเด่นอีกด้านคือการเชื่อมเครือข่ายหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งนักท่องเที่ยว คนในพื้นที่ ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ BlueQuest ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมและส่งต่อข้อมูล มากกว่าการเข้ามาทำหน้าที่แทนหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
สำหรับ ณริดา แนวคิดดังกล่าวต่อยอดมาจากประสบการณ์ทำงานด้านการอนุรักษ์ทะเลและสิ่งแวดล้อมมาต่อเนื่องกว่า 7 ปี รวมถึงการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นด้านความยั่งยืนในเวทีระดับประเทศและนานาชาติ ทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยพร้อมมีส่วนร่วมกับการดูแลธรรมชาติ หากมีเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและสามารถเชื่อมการมีส่วนร่วมเข้ากับชีวิตประจำวันได้
BlueQuest จึงวางตัวเองอยู่ตรงกลางระหว่าง “Travel” และ “Conservation” โดยมีแนวคิดง่ายๆ คือ การเดินทางหนึ่งครั้งไม่จำเป็นต้องสร้างแค่ความทรงจำให้กับนักท่องเที่ยว แต่สามารถสร้างประโยชน์กลับคืนให้กับพื้นที่ได้ด้วย
ปัจจุบัน BlueQuest เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และ Android ผ่าน Google Play Store พร้อมชวนคนรักทะเลและนักเดินทางเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างทริป จากการมองเห็นปัญหาแล้วเดินผ่าน ให้กลายเป็นการกดรายงานและส่งต่อข้อมูล เพื่อให้ทุกการเดินทางมีส่วนช่วยดูแลทะเลได้มากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภจี' ตั้ง 4 คณะทำงาน เครื่องยนต์ใหม่แก้โจทย์เศรษฐกิจ 5 ด้าน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะแถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่าอนุกรรมการชุดนี้ได้เริ่มเดินเครื่องโครงสร้างเศรษฐกิจตามนโยบาลรัฐบาลกลุ่มที่ 2 ด้านการค้าและบริการ
เอกชนสงขลาจี้แก้ไขระบบ นักท่องเที่ยวมาเลย์เสียเวลารอข้ามด่าน 3 ชั่วโมง
ภาคการท่องเที่ยวสงขลา”โวย” รอข้ามด่านมาเที่ยวไทย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียความรู้สึก ผู้ประกอบการไทยเสียหาย “วอน”ภาครัฐก้ไขจากเอกสารเป็นยื่นออนไลน์ ลดเวลาที่ด่านได้หลายชั่วโมง เสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

