‘คลัง’ เดินหน้าประกันภัยพิบัติ30ล้านครัวเรือน บี้คปภ.เร่งออกแบบกรมธรรม์/คาดเริ่มได้ปีงบ70

‘คลัง’ เดินหน้าประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน สั่ง คปภ. เร่งออกแบบกรมธรรม์ คาดเริ่มดำเนินการได้ปีงบประมาณ 70 ครอบคลุม 3 ภัยธรรมชาติ ชูคุ้มครองความเสียหายสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท ชี้เป็นกลไกช่วยแบ่งเบาภาระความเสี่ยงภาครัฐในการใช้งบเยียวยาโดยตรง

3 ก.ย. 2569 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดการจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ผ่านการเห็นชอบของ ครม. ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อยู่ระหว่างช่วยพิจารณาและออกแบบกรมธรรม์ รวมถึงกลไกการรับประกันและการแบ่งภาระความเสี่ยงระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการใน ปีงบประมาณ 2570

สำหรับหลักการสำคัญ คือ เปลี่ยนจากการที่ภาครัฐรับความเสี่ยงภัยพิบัติและใช้งบประมาณเยียวยาโดยตรง เฉลี่ยปีละราว 30,000 ล้านบาท มาเป็นการนำความเสี่ยงเข้าสู่ระบบประกันภัย เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงของภาครัฐและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ โดยเบื้องต้นรัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อจัดทำความคุ้มครองความเสียหายได้สูงถึงประมาณ 75,000 ล้านบาท สำหรับประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งเชื่อว่ากลไกดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงของภาครัฐได้เป็นอย่างดี

“เป็นการโอนย้ายความเสี่ยงจากภาครัฐสู่ระบบประกันภัย จากเดิมที่รัฐบาลต้องคอยแบกรับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมดทุกปี และต้องดึงเงินจากงบกลางมาเยียวยาจำนวนมหาศาล เสี่ยงมากเสี่ยงน้อยแต่ละปีก็ไม่เท่ากัน ถ้าปีใดเกิดเหตุรุนแรงเมื่อไหร่ก็ต้องมาใช้เงินงบประมาณ ซึ่งอันนี้คือเงินงบกลาง เพราะเราไม่รู้หรอกว่าภัยพิบัติจะเกิดรุนแรงแค่ไหน วิธีนี้ คือ เอาความเสี่ยงออกจากเงินรัฐ แล้วก็มีการบริหารระบบประกันภัยที่เป็นสากล” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า เชื่อว่าบริษัทประกันวินาศภัยจะให้ความสนใจ เนื่องจากมองว่าการประเมินความคุ้มค่าของระบบประกันภัยส่วนใหญ่จะมองในระยะยาวประมาณ 5-10 ปี ไม่ใช่พิจารณาเป็นรายปี เพราะบางปีอาจเกิดภัยพิบัติรุนแรง ขณะที่บางปีอาจไม่มีเหตุการณ์สำคัญ อีกทั้งบริษัทประกันภัยจะบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยและการทำประกันภัยต่อกับต่างประเทศ (Reinsurance) เพื่อกระจายความเสี่ยงออกไป ซึ่งถือเป็นระบบที่เป็นสากลและเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับการรับประกันนั้น จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ตามขนาดและศักยภาพของบริษัทประกันวินาศภัย โดยจะไม่เปิดให้บริษัทขนาดเล็กเข้ามารับความเสี่ยงในสัดส่วนที่เกินศักยภาพ แต่จะมีการพิจารณาความสามารถทางการเงินและความแข็งแกร่งของแต่ละบริษัทก่อนจัดสรรความเสี่ยง ส่วนในด้านการประเมินความเสียหายและการจ่ายสินไหม จะมีการนำเทคโนโลยีและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็ว เช่น การใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วม เพื่อช่วยให้การเคลมในขั้นต้นทำได้เร็วขึ้น ก่อนที่บริษัทประกันภัยจะลงพื้นที่ประเมินความเสียหายของทรัพย์สินในรายละเอียด

อย่างไรก็ดี กรอบกรมธรรม์จะครอบคลุมภัยธรรมชาติหลัก 3 ประเภท ได้แก่ น้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว ส่วนอัคคีภัยหรือไฟไหม้ยังไม่รวมอยู่ในระบบ เนื่องจากการประเมินของ คปภ. และผู้เกี่ยวข้องเห็นว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัยในระดับใหญ่และกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศอยู่ในระดับต่ำ

เพิ่มเพื่อน