น้ำท่วมครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต คร่าชีวิตผู้คนรวมแล้วมากกว่า 1,270 ราย เรียกร้องประเทศยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศต่อประทศที่ไม่ได้ก่อ

อาหารถูกวางไว้หน้าภาพถ่ายของบรรดาผู้สูญหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ในวัดพุทธแห่งหนึ่งที่ตลาดตรีศูลี เขตนูวาโกต ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 2 กันยายน (Photo by Arun SANKAR / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 ระบุว่า หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลรายงานยอดผู้เสียชีวิต 1,252 รายจากอุทกภัยครั้งใหญ่บริเวณชายแดนติดกับทิเบต ขณะที่สื่อของรัฐบาลจีนยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิต 21 รายในทิเบต ทำให้ยอดรวมทั้งสองประเทศเป็น 1,273 ราย
จำนวนผู้สูญหายในเนปาลยังคงอยู่ที่ 4,216 คน ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปอย่างเร่งด่วน
ในทิเบต สื่อของรัฐรายงานว่ามีผู้สูญหาย 541 คน ทำให้จำนวนผู้สูญหายโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 4,757 คน
ชาวต่างชาติเกือบ 600 คน จากกว่า 30 สัญชาติก็สูญหายเช่นกัน โดยชาวอินเดียมีสัดส่วนมากที่สุด
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันพุธว่า ชาวอเมริกันประมาณ 75 คนยังคงสูญหาย
ในกรุงกาฐมาณฑุ ครอบครัวที่สิ้นหวังของชาวต่างชาติที่สูญหายบางส่วนกล่าวว่า พวกเขากำลังค้นหาตามโรงพยาบาลและห้องเก็บศพเพื่อหาข้อมูล
น้ำท่วมที่พัดถล่มเขตภูเขาได้ทำลายถนน, สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
หน่วยงานกู้ภับกำลังพิจารณาใช้คนแบกหามในการส่งความช่วยเหลือไปยังเขตที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักใกล้ชายแดนติดกับทิเบต
ทั้งนี้ คนแบกหามซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของการเดินป่าและปีนเขาในเนปาลมานานแล้ว เป็นที่รู้จักกันดีในการแบกของหนักเป็นเวลาหลายวันข้ามเส้นทางที่ลาดชันในสภาพที่ยากลำบาก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองทัพเนปาลและทีมกู้ภัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตที่คาดว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง
กองทัพฯระบุว่าการทำงานยังคงดำเนินต่อไปโดยใช้รถขุดและอุปกรณ์หนักอื่นๆ เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตในอุโมงค์
ภัยพิบัติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมซึ่งเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายที่สุดของเนปาล นำมาซึ่งความโศกเศร้าและความโกรธแค้น
"เนปาลทำอะไรผิดถึงต้องเจอแบบนี้"ทาชี ลาซอม นักเคลื่อนไหวเพื่อสภาพภูมิอากาศและนักการเมืองชาวเนปาลตั้งคำถาม
"เนปาลเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศมากที่สุดเช่นกัน" เขากล่าว
คลื่นเศษซากขนาดมหึมาคร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก แต่สาเหตุที่แท้จริงของการถล่มของธารน้ำแข็งก็ยังไม่ชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือคำตอบเบื้องต้นของการที่ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติดังกล่าว
เนปาลมีประชากร 30 ล้านคนและส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบท จึงปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมาก และการฟื้นฟูอาจมีค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความทุกข์ทรมานจากความผิดที่พวกเขาไม่ได้ก่อ
เทนซิง โชเกียล เชอร์ปา นักธารน้ำแข็งวิทยาชาวเนปาล กล่าวว่า ประเทศอุตสาหกรรมที่ร่ำรวยซึ่งเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ควรยอมรับบทบาทของตน, ควรรับผิดชอบ และควรมีการตรวจสอบ
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า สภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงที่ภูมิภาคหิมาลัยกำลังเผชิญอยู่ ในอัตรา 2 เท่าของที่อื่นๆ ในส่วนอื่นๆ ของโลก
นายกรัฐมนตรีบาเลนดรา ชาห์ ของเนปาลกล่าวว่า ประเทศต้องการการสนับสนุนจากนานาชาติในระยะยาวเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมบนภูเขาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจะหยิบยกภัยพิบัติที่ประเทศประสบอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนขึ้นมาหารือกับประชาคมระหว่างประเทศอย่างจริงจัง
รัฐมนตรีต่างประเทศเนปาลเรียกสิ่งนี้ว่า "สัญญาณเตือนภัย"
เขากล่าวว่า การสนับสนุนเนปาลไม่ควรถูกมองจากมุมมองของความช่วยเหลือหรือการกุศลเท่านั้น แต่ควรถูกมองจากมุมมองของความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศด้วย
ทั้งนี้ สหประชาชาติได้จัดตั้ง "กองทุนความสูญเสียและความเสียหาย" ในปี 2025 เพื่อช่วยเหลือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าจะยังไม่ได้เริ่มแจกจ่ายเงินทุนเหล่านั้นก็ตาม
การประเมินเบื้องต้นของสหประชาชาติเกี่ยวกับความเสียหายของอาคารจากน้ำท่วมในเนปาลเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ 158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเตือนว่าความสูญเสียทั้งหมด ซึ่งรวมถึงความเสียหายต่อถนนและสะพาน, ที่ดินทางการเกษตร และค่าใช้จ่ายด้านมนุษยธรรม จะสูงกว่านี้มาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง มีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุน้ำท่วมเนปาล-ทิเบต
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาล กรณีเกิดเหตุน้ำหลากฉับพลันและดินถล่มรุนแรงทางตอนเหนือของเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
นํ้าท่วมเนปาลหาย3พัน!
หน่วยกู้ภัยในเนปาลและจีนกำลังเร่งค้นหาผู้คนหลายพันคนที่สูญหายไป หลังจากคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มเทือกเขาหิมาลัยและกลืนกินหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านไปหลายวัน
'นักวิชาการสิ่งแวดล้อม' วิเคราะห์ เหตุหิมาลัยถล่ม ประชาชนหนีไม่ทัน ไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
'ดร.สนธิ' วิเคราะห์ หิมาลัยถล่ม ไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เผยเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยไม่มีฝนตกล่วงหน้า น้ำและโคลนไหลลงมาด้วยความเร็วสูงและแรงมาก ข้อมูลพิกัดและสัญญาณทางธรณีวิทยาสร้างความสับสน และความยากลำบากในการติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ห่างไกลและเป็นภูเขาสูง

