ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป รับเทรนด์ AI วางแผนเที่ยว ชู 4 แบรนด์โรงแรมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทาง

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้ารับพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ที่นำ AI เข้ามาช่วยค้นหาและวางแผนทริป หลังข้อมูล Travel Trends 2026 จาก Skyscanner ระบุว่า 54% ของนักเดินทางทั่วโลกมีความมั่นใจที่จะใช้ AI ช่วยวางแผนหรือจองการเดินทาง พร้อมต่อยอดแนวคิด “More of What You Love” ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรม ได้แก่ อมารี, โอโซ่, ชามา และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของนักเดินทาง และเปลี่ยนแผนการเดินทางบนหน้าจอสู่ประสบการณ์จริง

3 ก.ย. 2569 – เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่การค้นหาจุดหมายที่ตรงกับความต้องการ ไปจนถึงการจัดทริปให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน พฤติกรรมดังกล่าวกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางยุคใหม่ โดยรายงาน Travel Trends 2026 จาก Skyscanner ซึ่งสำรวจนักเดินทางทั่วโลก 22,000 คน พบว่า 54% มีความมั่นใจที่จะใช้ AI ช่วยวางแผนหรือจองการเดินทาง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้นักเดินทางไม่ได้มองหาเพียงคำตอบว่า “ควรไปที่ไหนดี” แต่หันมาให้ความสำคัญกับคำถามว่า “เราอยากได้อะไรจากทริปนี้อย่างแท้จริง” มากขึ้น แม้เทคโนโลยีจะช่วยสร้างแผนการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว แต่ประสบการณ์และความทรงจำยังเกิดขึ้นจากการสัมผัสสถานที่ ผู้คน อาหาร บรรยากาศ และช่วงเวลาจริงระหว่างการเดินทาง

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จึงนำเสนอแนวคิด “More of What You Love” เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่แตกต่างของนักเดินทาง ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรมที่มีคาแรกเตอร์และจุดเด่นเฉพาะตัว รองรับตั้งแต่ผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของจุดหมาย ผู้ที่มองหาความสะดวกและคล่องตัว ผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในจุดหมายให้นานขึ้น ไปจนถึงผู้ที่ต้องการความสงบและเป็นส่วนตัว

4 แบรนด์ ตอบโจทย์ 4 สไตล์การเดินทาง

อมารี (Amari) แบรนด์โรงแรมระดับ upper-upscale มุ่งสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่เชื่อมโยงกับจุดหมาย ผ่านการสัมผัสผู้คน วัฒนธรรม และเสน่ห์ของท้องถิ่น ควบคู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม ทั้งร้านอาหาร บาร์ สปา และพื้นที่สำหรับการพักผ่อน โดยมี 4 เสาหลัก ได้แก่ เสน่ห์ท้องถิ่นที่สะท้อนผ่านงานออกแบบ รสชาติ ผู้คน และวัฒนธรรม มุมมองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน การบริการที่ใส่ใจในแบบ Ari Service และพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะและสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย

ด้านโอโซ่ (OZO) เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เน้นความสบายและความคล่องตัว ออกแบบประสบการณ์ให้เข้ากับชีวิตของนักเดินทางหลากหลายรูปแบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งแต่การนอนหลับ พื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม ไปจนถึงการเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่สะดวกและรวดเร็ว โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าพักเลือกใช้เวลาได้ตามต้องการ ทั้งการออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือกลับมาพักผ่อนและเติมพลังที่โรงแรม

ขณะที่ชามา (Shama) มุ่งตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่กับจุดหมายให้นานขึ้น ภายใต้แนวคิด The Joy of Living ผ่านพื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และพักผ่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักทำความรู้จักผู้คนและค้นพบเสน่ห์ของย่านโดยรอบ จึงเป็นมากกว่าที่พักระหว่างการเดินทาง แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตและเป็นส่วนหนึ่งของจุดหมายนั้น

สำหรับโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) เจาะกลุ่มนักเดินทางที่มองหาความสงบและความเป็นส่วนตัว นำเสนอประสบการณ์ภายใต้แนวคิด “The Art of Intuitive Refinement” ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน พร้อมบริการแบบ “Invisible Hand” ที่เข้าใจความต้องการของผู้เข้าพักและดูแลอย่างละเอียดอ่อนโดยไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัว สร้างประสบการณ์ในลักษณะ Sanctuary of Restoration หรือพื้นที่สำหรับหยุดพักและฟื้นฟูตัวเองท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ

สำหรับแนวคิด “More of What You Love” ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป สะท้อนการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของนักเดินทางที่มีความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยมองว่าประสบการณ์การเดินทางที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนกันสำหรับทุกคน และไม่ได้วัดจากจำนวนสถานที่ที่เดินทางไปหรือความสมบูรณ์แบบของแผนเพียงอย่างเดียว แต่คือการได้ใช้เวลาในรูปแบบที่ตรงกับสิ่งที่แต่ละคนชื่นชอบและให้ความหมายกับตัวเอง

อย่างไรก็ดี ในวันที่ AI เข้ามาช่วยให้การค้นหาและวางแผนการเดินทางง่ายขึ้น ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จึงมุ่งเปลี่ยนคำตอบบนหน้าจอให้กลายเป็นประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกไปค้นพบสิ่งใหม่ ใช้เวลากับคนที่รัก หรือหยุดพักเพื่ออยู่กับตัวเอง ผ่าน 4 แบรนด์โรงแรมที่พร้อมรองรับความหลากหลายของรูปแบบการเดินทางในยุคใหม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.ผนึกสถาบันอาหารพัฒนาศักยภาพชุมชน ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

กฟผ. ผนึกสถาบันอาหาร ผลักดันโครงการพัฒนาขีดความสามารถของกิจการชุมชน กฟผ. ระยะที่ 2 ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และระบบส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ สร้างรายได้กว่า 2 ล้านบาท