
‘ช้าง โคลด์ บรูว์’ แจ้งเกิด Chang Cold Brew Mini Can ครั้งแรกของตลาดเบียร์ไทย เพิ่มทางเลือกใหม่ในตลาดเบียร์ Mass Premium ด้วยกระป๋องไซซ์ 250 มล. ขนาดมินิ ให้ชิลง่ายๆ ได้ทุกที่แบบ On The Go มาพร้อมฝาบรรจุภัณฑ์ Open Lid แบบเปิดกว้าง 360 องศา รับอโรมาหอมฉ่ำของมอลต์ 100% สร้างประสบการณ์ความชิลที่แตกต่าง เจาะ Young Adult อายุ 20–35 ปี และผู้บริโภคกลุ่มใหม่ พร้อมตอบเทรนด์ผู้บริโภคโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ (Premiumization) และประสบการณ์แปลกใหม่ (Novelty Seeking) ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น
14 ก.ย. 2569 – นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเบียร์ ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับตลาดเบียร์ไทยครึ่งปีแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 160,000 ล้านบาท (ข้อมูลจาก Nielsen YTD 2026) และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด Mass Premium ที่ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์ Premiumization ด้วยมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” “ประสบการณ์” และทางเลือกที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง มากกว่าการพิจารณาจากราคาและปริมาณ”
“ตลาด Mass Premium ยังมีพื้นที่การเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการพิจารณาเพียงราคาและปริมาณ ไปสู่คุณภาพ ประสบการณ์ และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับช้างในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Portfolio รวมทั้งการเพิ่มทางเลือกให้ตลาดเบียร์ไทย และขยายฐานผู้บริโภคเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นางนงนุช กล่าว
พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Young Adult และ Gen Z อายุ 20 ปีขึ้นไป ที่ไม่ได้เลือกผลิตภัณฑ์จากรสชาติหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ดีไซน์ และประสบการณ์ใหม่มากขึ้น เทรนด์ Premiumization และ Novelty Seeking มีบทบาทต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น ขณะเดียวกันพฤติกรรม Social Drinking กำลังขยายสู่ Social Activities เมื่อการพบปะเพื่อนและกิจกรรมไลฟ์สไตล์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้แบรนด์ต้องสร้างทางเลือกที่ตอบโจทย์ Consumer Moment ที่หลากหลายกว่าเดิม
นางเจษฎากร โคชส์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด สายธุรกิจเบียร์ ประเทศไทย กล่าวว่า เทรนด์ Premiumization และ New Lifestyle กำลังเปลี่ยนวิธีเลือกเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่ จากการมองแค่รสชาติหรือปริมาณ ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และความพอเหมาะ ตามแนวคิด Drink Better Drink Smarter ขณะเดียวกัน Gen Z ยังเปิดรับสิ่งใหม่และมองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง ช้างจึงเดินหน้าพัฒนาพอร์ตให้มีทางเลือกหลากหลายขึ้น เพื่อรักษาฐานเดิมควบคู่กับการเปิดโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่
เพื่อตอบรับพฤติกรรม Novelty Seeking ของผู้บริโภครุ่นใหม่ Chang Cold Brew Mini Can จึงไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากเรื่องขนาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำอินไซต์ผู้บริโภคมาต่อยอดผ่านตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ทั้งไซซ์มินิ 250 มล. และ Open Lid ฝาแบบเปิดกว้าง 360 องศา ควบคู่กับเอกลักษณ์พิเศษของ Chang Cold Brew ที่ผลิตจากมอลต์ 100% ผ่าน Cold Brew Process และ Sub-Zero Filtration ภายใต้ แนวคิด ‘ใครไม่ Can Mini Can’ เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ที่ ชิลง่ายๆ ได้ทุกที่ และตอบรับไลฟ์สไตล์ที่คล่องตัวของผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมวิธีการดื่มรูปแบบใหม่ 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) เขย่าเบาๆ เพื่อปลุกความหอมของมอลต์ และฟองนุ่ม 2) ฝาใหม่เปิดกว้าง เพื่อรับอโรมาจากมอลต์ 100% และ 3) จิบดื่มง่าย สัมผัสรสชาติเต็มคำ ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การดื่มแปลกใหม่ และให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการดื่มจากแก้ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา Chang Cold Brew ให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กระบวนการ Cold Brew Process – Sub-Zero Filtration รวมถึงการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ เช่น Chang Cold Brew เบียร์สดถัง 5 ลิตร และ Chang Cold Brew กระป๋อง 2 ลิตร ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาด และประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค
“กระแสตอบรับจากนวัตกรรมที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคเปิดรับผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง Chang Cold Brew Mini Can จึงเป็นอีกก้าวในการต่อยอดนวัตกรรมของเบียร์ช้าง ที่โดดเด่นด้วยขนาด 250 มล. และ Packaging Experience แบบ Open Lid เราเชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างสีสันและความคึกคักให้กับตลาดรับปลายปี พร้อมทั้งขยายฐาน Chang Cold Brew ไปสู่ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ และสร้างการเติบโตให้กับเบียร์ช้างได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน” นางเจษฎากร กล่าว
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพอร์ต Chang Cold Brew ประกอบด้วย 4 SKUs หลัก ได้แก่ ขวดใหญ่ 620 มล. กระป๋องใหญ่ 490 มล. ขวดเล็ก 320 มล. และขนาดใหม่ Chang Cold Brew Mini Can ซึ่งมีให้เลือก 3 Pack Sizes ได้แก่ กระป๋อง 250 มล. ราคา 33 บาท, แพ็ก 15 กระป๋อง และแพ็ก 24 กระป๋อง วางจำหน่ายผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ Modern Trade ครอบคลุมร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงร้านค้าปลีกทั่วไป โดยจะเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2569 และมีสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน เป็นต้นไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึก ‘การค้าเสรี’ เครื่องยนต์สำคัญต่อศักยภาพของเศรษฐกิจและพลังงานไทยจะไปรอดหรือร่วง
หากเรามองการค้าเสรีผ่านเลนส์ของเศรษฐกิจและพลังงานโลก การค้าเสรีเปรียบเสมือน 'เหรียญสองด้าน' ที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศว่า

