บี.กริม เพาเวอร์ ผนึก GE Vernova ขยายเกมพลังงานอาเซียน เซ็น 2 ดีลรุกมาเลเซีย–ไทย

บี.กริม เพาเวอร์ จับมือ GE Vernova ลงนามข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ 2 ฉบับ ครอบคลุมการจัดหาเทคโนโลยีกังหันก๊าซสำหรับโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 750 เมกะวัตต์ในมาเลเซีย และสัญญาบริการระยะ 14 ปีสำหรับกังหันก๊าซ 5 ชุดในไทย ต่อยอดกลยุทธ์ขยายธุรกิจพลังงานในภูมิภาคอาเซียน ควบคู่ยกระดับประสิทธิภาพและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

29 ก.ย. 2569 – นาย Ramesh Singaram ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจ Gas Power ประจำภูมิภาคเอเชียของ GE Vernova กล่าวว่า การลงนามภายในงาน Gastech 2026 สะท้อนความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่าง GE Vernova และ บี.กริม เพาเวอร์ ตั้งแต่การสนับสนุนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ในภูมิภาค ไปจนถึงการให้บริการตลอดอายุการใช้งานสำหรับกังหันก๊าซในระบบผลิตไฟฟ้าของบี.กริม เพาเวอร์ พร้อมนำเทคโนโลยีและบริการของ GE Vernova มาสนับสนุนการส่งมอบไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือ และรองรับการเติบโตของบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายใต้ข้อตกลงฉบับแรก GE Vernova จะจัดหากังหันก๊าซรุ่น 9HA.02 พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (IPP) ระบบ Combined Cycle Co-generation ขนาด 750 เมกะวัตต์แห่งใหม่ในมาเลเซีย โดย บี.กริม เพาเวอร์ รับผิดชอบเป็นเจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ สะท้อนการขยายธุรกิจพลังงานของบริษัทสู่ตลาดต่างประเทศ

ส่วนข้อตกลงฉบับที่สองเป็นสัญญาบริการระยะ 14 ปี สำหรับกังหันก๊าซแบบ Aeroderivative รุ่น LM6000 ของ GE Vernova จำนวน 5 ชุด ณ โรงไฟฟ้า บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 และ 2 ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ในระยะยาว และเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ด้านพลังงานที่รองรับภาคอุตสาหกรรมและระบบไฟฟ้าของประเทศ

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า บี.กริม เพาเวอร์มองว่าพลังงานเป็นพลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสังคม โดยความร่วมมือกับ GE Vernova ที่มีมาอย่างยาวนาน สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” หรือ Empowering the World Compassionately ผ่านการผสานนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน และพันธมิตรทางเทคโนโลยี เพื่อส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ

“ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม เรามุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าดังกล่าว ควบคู่ไปกับการร่วมสร้างอนาคตด้านพลังงานของภูมิภาคให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น” นายฮาราลด์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่และการให้บริการบำรุงรักษาระยะยาวสำหรับสินทรัพย์พลังงานที่มีอยู่เดิม สะท้อนรูปแบบความร่วมมือที่ครอบคลุมตลอดวัฏจักรการผลิตไฟฟ้า และสนับสนุนเป้าหมายของทั้งสองบริษัทในการพัฒนาโซลูชันพลังงานที่มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพิ่มเพื่อน