เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. 69 ยังฉลุย ‘คลัง’ ชี้ส่งออก-ลงทุนช่วยหนุน เกาะติดทิศทางราคาพลังงาน และมาตรการภาษีสหรัฐฯ หวั่งกระทบภาคการผลิตไทย ด้าน ‘แบงก์ชาติ’ จับตาผลกระทบน้ำท่วม ห่วงยืดเยื้อเศรษฐกิจไทยอ่วมหนัก
30 ก.ย.2569- นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน ส.ค. 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 24.3% และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 รวมถึงแรงส่งจากการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน และการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 53.2 จากระดับ 51.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ผ่อนคลายลง
ขณะที่การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว โดยในเดือน ส.ค. 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 22.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.7% ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม 2.52 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -2.6% ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 2.1% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผลอย่างไรก็ดี ผลผลิตมันสำปะหลัง ข้าวโพดลดลงจากเดือนก่อน
สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือน ส.ค.2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4.4% ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 89.7 จากระดับ 90.0 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.8 จากระดับ 54.2 ในเดือนก่อนหน้าซึ่งค่าดัชนีอยู่เหนือระดับ 50.0 สะท้อนว่าการผลิตอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะขยายตัว
“ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทย” นายพิสิทธิ์ กล่าว
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค. 2569 ยังทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้ายังทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 25.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงส่งของวัฏจักรสินค้าเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก ด้านการนำเข้าขยายตัว 31.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ ขณะที่รายรับภาคการท่องเที่ยวทรงตัวจากเดือนก่อน
ด้านอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน ที่ขยายตัวได้ 21.8% โดยเฉพาะหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการใช้จ่ายหมวดบริการ โดยเฉพาะโรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยอยู่ที่ 2.53% ตามราคาอาหารสดที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.44% เพิ่มขึ้นจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะหมวดอาหารสำเร็จรูปที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลการค้าเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ในส่วนของสถานการณ์น้ำท่วมจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ต่ำกว่าประมาณการหรือไม่นั้น นางสาวชญาวดี ระบุว่า ยังต้องประเมินภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นที่อาจเข้ามาชดเชยผลกระทบจากน้ำท่วมได้ ขณะเดียวกัน ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ยังต้องติดตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป โดยเฉพาะการซ่อมแซมและก่อสร้าง ซึ่งอาจยังไม่ได้ถูกรวมอยู่ในตัวเลขประมาณการบางส่วน ดังนั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้น แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย กิจกรรมการซ่อมแซมและก่อสร้างก็อาจเข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนได้ จึงยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้อย่างชัดเจนในขณะนี้ โดยผลกระทบที่เห็นได้ชัดในเบื้องต้นน่าจะอยู่ในภาคบริการมากที่สุด
ขณะที่ผลกระทบต่อการบริโภคภาคครัวเรือนมีทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยอาจเห็นการซื้อสินค้าสำรอง การซ่อมแซม และการก่อสร้างหลังสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วน แต่ต้องติดตามภาระหนี้ของประชาชนที่อาจเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟู โดยต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
“เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน และยังไม่สามารถประเมินผลกระทบออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ โดยผลกระทบจากน้ำท่วมในเบื้องต้น คาดว่าจะเกิดขึ้นกับภาคบริการเป็นหลัก ทั้งด้านการขนส่ง การกระจายสินค้า รวมถึงพื้นที่ก่อสร้างบางแห่งที่ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด ส่วนภาคการผลิตยังไม่พบความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป” นางสาวชญาวดี ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชวน' เตือนรัฐบาล-คลัง อย่าดูดาย ปล่อย 'บินไทย' ปิดคลังสินค้า ชี้หนีปัญหาไร้ความรับผิดชอบ
นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายญัตติว่า ตนได้มีโอกาสติดตามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับคณะไปลงพื้นที่ทั้งในเขตลาดกระบังและบางกะปิ มอบของและสอบถามความเห็น ข้อสรุปของประชาชนคือมีความเห็นคล้ายกันว่ารู้ช้าไปหน่อย หากเร็วกว่านี้สักนิดอาจจะบรรเทาความเสียหายไปได้
'อนุทิน' เยี่ยมโรงครัวภูมิใจไทย ให้กำลังใจอาสาทำข้าวกล่องช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตรวจเยี่ยมโรงครัวพรรคภูมิใจไทย ที่ทำอาหารเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
'สุขุม' ชมนายกฯ ยิ้มสู้ ไม่แก้ตัว–ไม่ถอย ลุยน้ำท่วมรับฟังเสียงด่า ช่วยคลายความทุกข์ประชาชน
รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์การรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาลว่า แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างแร
'ยศชนัน' เผยเกาะติดน้ำท่วม หารือ ปภ. เช้า กลางวัน เย็น
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ 17 จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการจัดแผนงานโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ
‘เอส แอนด์ พี’ ผนึกกำลัง กทม. มอบผลิตภัณฑ์ S&P แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ
คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน (ที่3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
“สุชาติ” ห่วงชุมชนได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง สั่ง คพ. ผนึก กทม. เร่งแก้ “น้ำเสีย–ขยะ” มุ่งแก้ปัญหาหน้างาน เห็นผลเร็ว ลดผลกระทบประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งเริ่มพบปัญหาน้ำเสีย ขยะตกค้าง และความเสี่ยงด้านสุขอนามัยของประชาชน จึงมอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

