
ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เฟส 2 วันแรก! เปิดให้ผู้ได้รับสิทธิทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่เข้ายืนยันสิทธิผ่านระบบ เพื่อเริ่มใช้สิทธิในรอบใหม่ โดยกำหนดใช้สิทธิระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569
1 ต.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดระบบในช่วงเช้าวันแรกมีอาการหน่วงเล็กน้อย ประมาณ 07.00-07.45 น. เนื่องจากเป็นการเปิดระบบครั้งแรกที่ต้องรองรับทั้งการรับสิทธิและการเริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน แต่หลังจากปรับระบบแล้ว สามารถใช้งานได้ตามปกติ และผู้ที่ยืนยันสิทธิสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันที
“ช่วง 7 โมงกว่า ระบบมีอาการหน่วงเล็กน้อย จึงมีการ Alert หรือแจ้งเตือน และ Scale up เพิ่มขีดความสามารถของระบบ โดยธนาคารกรุงไทยได้ ติดตามระบบอย่างใกล้ชิด ทำให้ช่วงประมาณ 07.00-07.45 น. ระบบอาจมีความหน่วงบ้าง เนื่องจากเป็นการดำเนินการครั้งแรก แต่เป็นเพียงอาการหน่วง ไม่ได้มีระบบติดขัด และขณะนี้สามารถใช้งาน และใช้จ่ายได้ตามปกติ”
สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส เดิมอยู่ที่ประมาณ 26.8 ล้านคน ขณะที่การเปิดให้กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม ทำให้กระทรวงการคลังคาดว่า จำนวนผู้ได้รับสิทธิจะเพิ่มเป็นประมาณ 30.8 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการเบื้องต้น ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการยืนยันสิทธิและการตรวจสอบข้อมูล โดยกรอบโครงการเฟส 2 รองรับผู้มีสิทธิได้สูงสุดประมาณ 32.52 ล้านคน
นายวินิจ กล่าวว่า ย้ำเตือนให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์เร่งยืนยันตัวตนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ และเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิในโครงการเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินค้าและต้นทุนต่าง ๆ ยังมีความไม่แน่นอน
“อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามาร่วมกันใช้โครงการ ทั้ง 2 ฝั่งไทยช่วยไทยและบัตรสวัสดิการฯ เพราะตอนนี้วิกฤตน้ำมันไม่แน่นอน สินค้าแพงขึ้น คนทำมาค้าขายก็ลำบาก พวกเราก็มีปัญหาปากท้องกัน เป็นโอกาสอันดีที่ภาครัฐจะช่วยเหลือทุกคน บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แล้วก็ช่วยพ่อค้าแม่ขายที่เป็นรายเล็กๆ ในโครงการ”
ส่วน ช่องทางยืนยันสิทธิ ผู้ได้รับสิทธิสามารถเข้า แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เลือกแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” อ่านรายละเอียดและกดยอมรับเงื่อนไข จากนั้นกดยืนยันเข้าร่วมโครงการ โดยเปิดให้ยืนยันสิทธิตั้งแต่ 1-15 ต.ค. 2569 จึงควรเร่งดำเนินการภายในกำหนด เพื่อไม่ให้พลาดการใช้สิทธิ
สำหรับการใช้สิทธิ รัฐบาลสนับสนุนเงินร่วมจ่าย 60% สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% โดยสามารถใช้สิทธิซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569

