
‘พลพีร์’ แจงเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการติดตั้ง Solar Rooftop ครัวเรือน ขีดเส้น พ.ย. 69 รับอัดฉีดหลังละ 5 หมื่นบาท ระบุรัฐพร้อมรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนหน่วยละ 2.20 บาท
2 ต.ค. 2569 – นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า การหารือร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กระทรวงการคลัง สถาบันการเงินของรัฐ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ได้ข้อสรุปให้ขยายรูปแบบการติดตั้งโครงการ Solar ภาคประชาชน จากเดิมที่เน้น Solar Rooftop ให้ครอบคลุมทั้ง Solar Rooftop, Solar On-ground และ Floating Solar
ทั้งนี้ การขยายรูปแบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ครัวเรือนที่ไม่สามารถติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เช่น บ้านที่มีพื้นที่โล่งและรับแสงแดดเพียงพอสามารถติดตั้งแบบ On-ground ได้ ขณะที่บ้านหรือพื้นที่ที่มีบ่อขนาดใหญ่สามารถติดตั้งแบบ Floating Solar ได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีมิเตอร์ไฟฟ้า
“ไม่ใช่บ้านทุกหลังคาเรือนที่สามารถติดโซลาร์รูฟได้ เพราะว่าขนาดของหลังคาบางครัวเรือนอาจจะติด 5 กิโลวัตต์ไม่ได้ ซึ่งในต่างจังหวัด บางบ้านที่มีพื้นที่โปร่ง รับแดดได้ ก็ให้ติด On-ground แทน หากมีบ่อใหญ่ก็วางเป็น Floating ไม่ได้บังคับว่าจะต้องอยู่บนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อปเท่านั้น ติดตรงไหนก็ได้ ขอให้มีมิเตอร์ไฟฟ้าก็พอ” นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า โครงการมีเป้าหมายเบื้องต้น 1 ล้านราย และเตรียมขยายเพิ่มเติมอีก 500,000 ราย คาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 75,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้
สำหรับขนาดระบบที่เข้าร่วมโครงการ กำหนดให้ติดตั้งได้ตั้งแต่ 5 กิโลวัตต์ ถึงสูงสุด 10 กิโลวัตต์ โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อราย ขณะที่การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าคืนในปริมาณไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ที่ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลาประมาณ 20 ปี ซึ่งหมายความว่า แม้ประชาชนจะสามารถติดตั้งระบบได้ถึง 10 กิโลวัตต์ แต่สิทธิในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าจะอยู่ที่กำลังผลิตไม่เกิน 5 กิโลวัตต์เท่านั้น
ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาติดตั้งระบบสามารถเป็นผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ แต่ต้องผ่านมาตรฐานและขึ้นทะเบียนเป็น Vendor ของการไฟฟ้า โดยประชาชนสามารถติดต่อใช้บริการผ่าน กฟภ. หรือ กฟน. หรือเลือกซื้อระบบโดยตรงจากผู้ประกอบการเอกชนที่ผ่านมาตรฐานได้
อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังเตรียมให้สินเชื่อเพื่อการติดตั้งโซลาร์ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 2.5% ต่อปี ระยะเวลา 7 ปี โดยแต่ละธนาคารอาจมีเงื่อนไขหรือโปรโมชั่นเพิ่มเติมแตกต่างกัน ส่วนประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อการไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนเป็น Smart Meter โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะใช้เงินจากกองทุนที่เตรียมไว้
รมช.มหาดไทย ยังกล่าวถึงประเด็นด้านการนำรายได้จากการขายไฟไปใช้ชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยปัจจุบันอนุญาตให้ใช้ระบบ Net Metering แล้ว แต่การนำรายได้จากการขายไฟไปชำระหนี้ธนาคารยังไม่ได้รับอนุญาต และอาจต้องหารือเพิ่มเติมในระดับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ต่อไปภายในเดือนตุลาคมนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'คนกรุง' แห่ลงทะเบียนเยียวยาเกือบ 4 หมื่นราย 'ปภ.' เร่งแก้ระบบ DGA สะดุด
กทม.เผย ประชาชนลงทะเบียนขอเยียวยาแล้ว 35,800 ราย พร้อมปฏิบัติการเร่งด่วนกู้คืนพื้น “เคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง”เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกกทม. ส่วน“สายไหม-ออเงิน”คาดดีขึ้นภายใน 2 วัน ด้าน“ปภ.” เผย เงินเยียวยาภัยพิบัติ อยู่ขั้น อปท.สำรวจความเสียหาย ขออภัยระบบแจ้งข้อมูล DGA ซ้ำ ยัน ไม่มีรั่วไหล กำลังเร่งแก้ไข

