'พลังงาน' ลั่นยังไม่มีแผนกู้เงินรับมือกองทุนน้ำมันแบกหนี้แสนล้าน!

‘พลังงาน’ ลั่นยังไม่มีแผนกู้เงิน จนกว่าจะใช้ทุกเครื่องมือมาใช้ในการบริหารจัดการราคาหมดแล้ว หวั่นกระทบด้านดอกเบี้ยในระยะยาว แต่อยู่ภายใต้แผนรับมือวิกฤตพลังงานโลกที่ยืดเยื้อ เผยเงินกองทุนยังรับไหว ไหลออก 316 ล้านบาทต่อวัน ไม่เป็นประวัติการณ์

7 ต.ค. 2569 – นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตการณ์ราคาพลังงานแพงที่ส่งผลกระทบยืดเยื้อทั่วโลก โดยระบุว่า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งอุปทาน หลักพลังงานของโลก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการสู้รบในพื้นที่และการขาดความสงบในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบยุทธศาสตร์ในทะเลแดง สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านเสถียรภาพพลังงานทั้งในด้านปริมาณและราคาที่ผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิอย่างประเทศไทย

แต่ทั้งนี้ก็จะยังไม่มีการกู้เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ล่าสุดจะติดลบเกิน 1 แสนล้านบาท โดยมองว่ายังไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้ของประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่หากในระยะยาวสถานการณ์พลังงานของโลกยังยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมาก และกองทุนน้ำมันฯได้หยิบยกทุกเครื่องมือมาใช้ในการบริหารจัดการราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศหมดแล้ว ก็คงต้องให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้ตัดสินใจถึงแนวการกู้เงิน เพราะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้มีการศึกษาไว้ เพื่อรองรับภาวะวิกฤตราคาพลังงาน

“หากส่งสัญญาณไม่ดีว่าจะมีการกู้เงินวันนี้ อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ โดยต้องเรียนว่าเวลานี้แนวทางดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็น ซึ่งขอเน้นย้ำว่าจะไม่มีการกู้เงินหากไม่สิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแท้จริง เพราะทุกครั้งที่กู้จะต้องมีเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นภาระในระยะยาว โดยหากเลือกได้ก็จะไม่กู้เงินอย่างเด็ดขาด และหันมาส่งเสริมพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เม็ดเงินจะกระจายอยู่กับเกษตรกรและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ”นายพงศ์พล กล่าว

นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(สกนช.) และผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี ของ สกนช. กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันยังมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท แม้ล่าสุดสถานะของกองทุนน้ำมันฯจะติดลบ แต่ยังมีกระแสเงินที่ไหลเข้า โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากระแสเงินมีการเข้าและออกเร็ว หากสถานการณ์พลิกกลับด้านไว ก็สามารถที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพื่อลดสถานะที่ติดลบได้ เรียกว่าเป็นการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow)

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ของ สกนช. กล่าวว่า จากข้อมูลการชดเชยรายวันของกองทุนน้ำมันฯปัจจุบัน วันที่ 7 ต.ค. 69 จะอยู่ที่ประมาณ 316 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันประมาณ 289 ล้านบาท และ LPG อยู่ที่ประมาณ 27 ล้านบาท โดยเป็นการชดเชยในระดับที่ควรจะเป็นตามความเหมาะสม จากเดิมที่เคยจ่ายชดเชยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งล่าสุดน้ำมันดีเซลชดเชยที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่ากำลังพอดี แต่ในช่วงที่เกิดวิกฤตอย่างแท้จริง ความผันผวนจากราคาน้ำมันก็มีค่อนข้างสูง โดยจากข้อมูลพบว่าการชดเชยมากที่สุดเกิดขึ้นวันที่ 25 มี.ค. 69 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 26.99 ต่อลิตร ซึ่งสถานการณ์ หรือทิศทางในปัจจุบันถือว่ายังอยู่ในจุดที่สามารถบริหารจัดการได้

“การกู้เงินเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้มีการศึกษาตามแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572 ที่ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน หรือจังหวะดที่เหมาะสม ทั้งการหารือกับกรมสรรพสามิตสำหรับความเป็นไปได้ในการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน  เป็นต้น“นายพรชัย กล่าว

เพิ่มเพื่อน