Swensen’s ฉลอง 40 ปี ดึง Mickey & Minnie เชื่อมความสุขทุกเจเนอเรชัน ปั้น Brand Love จากความทรงจำสู่โมเมนต์ใหม่

Swensen’s ภายใต้ ไมเนอร์ ฟู้ด ฉลองครบรอบ 40 ปีในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด ‘40 ปีแห่งความสุขที่ไม่มีวันละลาย’ ดึง Mickey Mouse และ Minnie Mouse สองคาแรกเตอร์ระดับโลกที่เป็น Icon of Happiness และอยู่ในความทรงจำของผู้คนหลายเจเนอเรชัน มาร่วมสร้างสีสันให้กับการเฉลิมฉลอง ผ่านดีไซน์พิเศษที่ Disney ออกแบบสำหรับ Swensen’s โดยเฉพาะ ต่อยอดสู่สินค้า Exclusive Merchandise เมนู Magic Moment Sundae และการนำ Signature Experience อย่างการถ่ายภาพ Polaroid กลับมาอีกครั้ง พร้อมเนรมิตร้านสาขาที่ร่วมรายการให้เป็น Photo Moment สุดน่ารัก โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมความผูกพันที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์เข้ากับประสบการณ์ใหม่ เพื่อสร้าง Brand Love และทำให้ Swensen’s ยังคงเป็นแบรนด์แห่งความสุขของคนทุกเจเนอเรชัน

จับ Insight “ความสุขทุกเจเนอเรชัน” เชื่อมสองไอคอนแห่งความสุข สร้าง Brand Love

กัลลฎา แจ้งพินิจพร Head of Brand, Swensen’s ระบุว่า กลยุทธ์การตลาดครบรอบ 40 ปี จาก Insight “ความสุขทุกเจเนอเรชัน” ที่มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความทรงจำของผู้บริโภคที่มีต่อ Swensen’s กับความผูกพันที่ผู้คนทั่วโลกมีต่อ Mickey Mouse และ Minnie Mouse โดยหัวใจของการนำทั้งสองคาแรกเตอร์มาร่วมแคมเปญ มาจากความเชื่อมโยงของทั้งสองแบรนด์ที่ต่างเป็น Icon of Happiness และอยู่ในความทรงจำของผู้คนมาหลายเจเนอเรชัน จากความสุขในวัยเด็กสู่ความสุขในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหนต่างก็เคยมีโมเมนต์ดี ๆ กับ Swensen’s ขณะเดียวกัน Mickey Mouse และ Minnie Mouse ก็เป็นคาแรกเตอร์ที่ได้รับความรักจากผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

ความเชื่อมโยงนี้ทำให้การเลือก Mickey & Minnie ไม่ได้เป็นเพียงการนำคาแรกเตอร์ยอดนิยมมาเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า แต่เป็นการนำความทรงจำและความรู้สึกเชิงบวกที่ผู้บริโภคมีอยู่แล้วมาเชื่อมเข้ากับแบรนด์ Swensen’s จึงเลือกให้ Mickey & Minnie เป็นส่วนหนึ่งของการฉลอง 40 ปี เพื่อผสานความผูกพันที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์เข้ากับความสดใหม่และความน่ารักของคาแรกเตอร์ระดับโลก ทำให้ Anniversary ครั้งนี้เป็น Celebration ที่ทุก Generation สามารถเข้ามาสนุกไปด้วยกัน

นี่คือการต่อยอด Brand Love ผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ร่วม แทนที่จะจำกัดการสื่อสารอยู่ที่การลดราคา หรือการกระตุ้นให้ซื้อสินค้าเพียงครั้งเดียว เพราะเมื่อแบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับความทรงจำของผู้บริโภค และสร้างโมเมนต์ใหม่ที่มีความหมายได้ ก็มีโอกาสรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้เช่นกัน

3 แกนกลยุทธ์ Exclusive – Everyday – Experience

Swensen’s นำ Insight “ความสุขทุกเจเนอเรชัน” มาต่อยอดเป็น 3 แกนกลยุทธ์ ได้แก่ Exclusive, Everyday และ Experience ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความพิเศษให้กับสินค้า การพาแบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสและเก็บเป็นความทรงจำได้จริง

EXCLUSIVE: ดีไซน์ Mickey & Minnie ใหม่ มีเฉพาะที่ Swensen’s

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแคมเปญคือ Mickey Mouse และ Minnie Mouse ในดีไซน์และลายเส้นพิเศษที่ Disney ออกแบบสำหรับ Swensen’s โดยเฉพาะ เพื่อสร้าง Visual Identity สำหรับการฉลองครบรอบ 40 ปี และเพิ่มความพิเศษให้กับคอลเลกชันในฐานะสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์

ดีไซน์ใหม่นี้ช่วยสร้างภาพจำให้กับแคมเปญ พร้อมเพิ่มคุณค่าในแง่ความ Exclusive และ Collectible สำหรับผู้ที่ชื่นชอบคาแรกเตอร์ทั้งสอง โดยคอลเลกชันดังกล่าวมีให้เก็บสะสมที่ Swensen’s เท่านั้น ทำให้การฉลองครบรอบไม่ได้มีเพียงเรื่องราวของแบรนด์ แต่ยังมีสินค้าเฉพาะที่ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของและเก็บไว้เป็นความทรงจำได้

EVERYDAY: เปลี่ยน Merchandise ให้เป็น Everyday Brand Touchpoint

การสร้างความผูกพันกับแบรนด์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่ลูกค้าเข้าร้าน Swensen’s จึงออกแบบ Merchandise จาก Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเลือกไอเทมที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งหมอนผ้าห่ม ยางมัดผม และบัตรสมาชิกลาย Mickey Mouse และ Minnie Mouse

เป้าหมายคือการพาแบรนด์ออกจากร้านและเข้าไปอยู่ใน Everyday Moment ของผู้บริโภค เมื่อสินค้าเป็นสิ่งที่หยิบมาใช้ได้จริง ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าจดจำและนึกถึง Swensen’s ในชีวิตประจำวัน พร้อมเติมความน่ารักและ Small Happiness หรือความสุขเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมกำลังใจในแต่ละวัน

ในด้านการออกแบบ Swensen’s เลือกใช้ Cherry Icon ตกแต่งคู่กับ Mickey & Minnie โดยไม่เน้นการสื่อสารแบบ Hard Sell เพื่อให้ยังคงจดจำเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ กลยุทธ์นี้จึงเปลี่ยนจากการทำให้ผู้บริโภคเพียง “เห็นแบรนด์” ไปสู่การทำให้ “มีแบรนด์อยู่ในโมเมนต์เล็ก ๆ ของทุกวัน”

เมื่อแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งของที่ผู้บริโภคใช้เป็นประจำ ก็เปิดโอกาสให้เกิดการจดจำอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้าง Emotional Connection หรือความผูกพันทางอารมณ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการต่อยอด Brand Love ในระยะยาว

EXPERIENCE: สร้าง Anniversary Experience ตั้งแต่ไอศกรีมจนถึงความทรงจำ

นอกจากสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ Swensen’s ยังขยายแคมเปญไปสู่ประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง เริ่มจาก Magic Moment Sundae เมนูพิเศษที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับ Mickey Mouse และ Minnie Mouse พร้อมนำ Signature Experience อย่างการถ่ายภาพ Polaroid กลับมาอีกครั้ง

ลูกค้าที่สั่ง Magic Moment Sundae ใน Selected Stores สามารถร่วมกิจกรรมถ่ายภาพ Polaroid พร้อมกรอบรูปลาย Mickey & Minnie เพื่อเก็บช่วงเวลาจากแคมเปญเป็นของที่ระลึก ขณะเดียวกัน ร้านสาขาที่ร่วมรายการยังได้รับการเนรมิตให้เป็น Photo Moment สุดน่ารัก เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้ถ่ายภาพและแบ่งปันประสบการณ์กับครอบครัว เพื่อน หรือคนสำคัญ

การเชื่อมเมนูพิเศษเข้ากับกิจกรรมถ่ายภาพและบรรยากาศภายในร้าน ช่วยเปลี่ยนการรับประทานไอศกรีมให้เป็นประสบการณ์ที่มีเรื่องราวมากขึ้น ลูกค้าไม่ได้เพียงซื้อสินค้าแล้วจบไป แต่ยังได้ร่วมกิจกรรม เก็บภาพ และนำความทรงจำจากแคมเปญกลับบ้าน

ทั้งสามแกนกลยุทธ์จึงทำงานเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ความพิเศษของคอลเลกชันที่ดึงดูดผู้ชื่นชอบคาแรกเตอร์ การมีสินค้าอยู่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงประสบการณ์ในร้านที่สร้างโมเมนต์ร่วมกับคนสำคัญ โดยมีความรู้สึกผูกพันกับแบรนด์เป็นแกนกลาง

จาก 40 ปีแห่งความทรงจำ สู่ Brand Love ที่ยัง Relevant กับคนรุ่นใหม่

การฉลองครบรอบ 40 ปีของ Swensen’s จึงไม่ได้มุ่งเพียงการย้อนกลับไปพูดถึงความสำเร็จตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แต่เป็นการสร้าง Moment ใหม่ที่ผู้บริโภคสามารถกิน ใช้ แชะ เก็บ และแบ่งปันร่วมกับคนรอบตัวได้ ผ่านสิ่งที่พิเศษ สินค้าที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน และประสบการณ์ที่สร้างความทรงจำร่วมกัน

การเลือก Mickey Mouse และ Minnie Mouse ยังช่วยเชื่อมความสุขในอดีตเข้ากับปัจจุบัน เพราะทั้ง Swensen’s และคาแรกเตอร์ทั้งสองต่างมีพื้นที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนหลายวัย เมื่อความทรงจำเดิมถูกนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ใหม่ ก็ช่วยให้แคมเปญเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายเจเนอเรชัน พร้อมสร้างโอกาสให้ลูกค้าแต่ละวัยมีโมเมนต์ร่วมกับแบรนด์ในแบบของตัวเอง

สำหรับ Swensen’s การต่อยอด Brand Love จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการรักษาความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อแบรนด์ และเติมประสบการณ์ใหม่ให้ความผูกพันนั้นยังคงสดใหม่และ Relevant กับผู้บริโภคทุก Generation

ลูกค้าสามารถสัมผัสความน่ารักแบบ Exclusive และเก็บความสุขกลับบ้านได้ที่ Swensen’s ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยสินค้าและกิจกรรมเป็นไปตามเงื่อนไขและสาขาที่ร่วมรายการ เพื่อสานต่อ Swensen’s ในฐานะแบรนด์แห่งความสุขที่คนไทยรัก จาก Generation สู่ Generation ต่อไป

เพิ่มเพื่อน