
เวลาเราพูดถึงการเกษียณ คำถามแรกมักเป็น ‘มีเงินพอหรือยัง?’ แต่เมื่อคนไทยมีอายุยืนขึ้น คำถามเรื่องชีวิตหลัง 60 อาจต้องไปไกลกว่านั้น เพราะต่อให้มีเงินพอใช้ สุขภาพยังดี แต่ถ้าสังคมมองว่าอายุเท่านี้ควรหยุดทำงาน หยุดเรียนรู้ หรือถอยออกจากพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นก็อาจไม่ได้หมายถึงชีวิตที่มีทางเลือกมากขึ้น
16 ต.ค. 2569 – ข้อมูลการทำงานของผู้สูงอายุล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 พบว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวน 14.68 ล้านคน และในจำนวนนี้ยังทำงานอยู่ถึง 5.41 ล้านคน หรือ 36.8% ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า “อายุ 60” ไม่ได้เท่ากับการหยุดสร้างคุณค่า และสำหรับคนจำนวนไม่น้อย ชีวิตการทำงานก็ไม่ได้จบลงพร้อมวันเกษียณ
ประเด็นนี้ทำให้ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้กลับมาคิดต่อ หลังจากมีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน “ทุกวัยมีความหมาย: ภาพและนวัตกรรมเพื่ออนาคตแห่งการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพร่วมกัน” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในสัปดาห์วันผู้สูงอายุสากล เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 งานนี้ไม่ได้ชวนสังคมมองเพียงว่าจะ “ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร” แต่ตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า เรากำลังใช้ “อายุ” ตีกรอบความสามารถและโอกาสของคนมากเกินไปหรือไม่ แนวคิดหลักของงานคือ คุณค่า ประสบการณ์ ศักยภาพ และโอกาสของคน ไม่ควรถูกกำหนดด้วยตัวเลขอายุ
หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจจาก คุณสว่าง แก้วกันทา ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ คือ การเตรียมรับสังคมอายุยืน ไม่ควรคิดถึงผู้สูงอายุเพียงในฐานะ “ผู้รับการดูแล” แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้คนสูงวัยมีเสียง มีส่วนร่วม และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองต่อไปได้ เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนมีชีวิต เงื่อนไข และความต้องการต่างกัน การออกแบบสังคมจากมุมของคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว จึงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
มุมมองนี้สอดคล้องกับสิ่งที่คุณสว่างเคยสะท้อนจากการทำงานกับผู้สูงอายุในพื้นที่ว่า เสียงของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในชนบทและกลุ่มเปราะบาง ยังมีโอกาสถูกมองข้าม ทั้งที่คนกลุ่มนี้ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเอง
ถ้ามองกลับมาที่การเกษียณของเราเอง เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นของภาครัฐหรือสังคม แต่ใกล้ตัวกว่าที่คิด หลังอายุ 60 เราอาจยังอยากทำงาน แต่ไม่จำเป็นต้องทำงานห้าวันต่อสัปดาห์ อาจอยากรับงานเป็นครั้งคราว เป็นที่ปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ ทำธุรกิจเล็กๆ ทำงานอาสา หรือกลับไปเรียนเรื่องใหม่ที่เคยไม่มีเวลาเรียน ประสบการณ์ที่สะสมมาตลอด 30–40 ปีของการทำงานไม่ได้หายไปในวันที่บัตรพนักงานหมดอายุ และบางครั้งสิ่งที่ตลาดหรือคนรุ่นใหม่ต้องการ อาจเป็นสิ่งที่คนวัยเกษียณมีอยู่แล้ว นั่นคือ “ประสบการณ์”
แต่การมีทางเลือกเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายหรือยาก ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับเรื่องที่เป็นพื้นฐานมากที่สุด คือ “เรื่องการเงิน” ในงานดังกล่าว เคทีซีจึงไม่ได้เข้าไปพูดว่าผู้สูงวัยควรใช้ชีวิตแบบไหน แต่เข้าไปร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการบริหารเงิน ผ่านกิจกรรมที่นำสถานการณ์ใกล้ตัวมาชวนคิด เช่น สิ่งที่เรากำลังจะจ่ายนั้น “คุ้มค่า” จริง หรือเป็นเพียงความรู้สึกว่า “ต้องซื้อ” เพราะกลัวพลาด การรู้จักแยกความจำเป็นออกจากความอยาก รวมถึงสร้างสมดุลระหว่างความสุขวันนี้กับความมั่นคงในวันหน้า เพราะการวางแผนเกษียณที่ดีไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้เรากลายเป็นคนที่ “ไม่ใช้เงิน” แต่เพื่อให้เงินช่วยรักษา สิทธิในการเลือกชีวิตของเรา
คนที่มีเงินสำรองเพียงพอมีโอกาสเลือกได้มากกว่า ว่าจะทำงานต่อหรือพัก จะรับงานไหนหรือปฏิเสธ จะใช้เวลากับครอบครัว ท่องเที่ยว เรียนรู้สิ่งใหม่ หรือดูแลสุขภาพโดยไม่ต้องตัดสินใจทุกอย่างจากคำว่า “เงินไม่พอ” ดังนั้น ก่อนถึงวันเกษียณ เราอาจต้องเตรียมทุนไว้มากกว่าเงินก้อนเดียว แต่มีอย่างน้อย 3 ทุนที่ควรสร้างไปพร้อมกัน คือ 1. ทุนการเงิน ที่ทำให้ชีวิตไม่เปราะบางเมื่อรายได้ประจำหายไป 2. ทุนสุขภาพ ที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างอิสระนานที่สุด และ 3. ทุนประสบการณ์กับความสัมพันธ์ ที่ทำให้เรายังเชื่อมโยงกับผู้คนและโลกที่เปลี่ยนไป
การเกษียณไม่ควรเป็นวันที่สังคมบอกเราว่า “หมดเวลาแล้ว” และการมีอายุยืนก็ไม่ควรหมายถึงเพียงการมีชีวิตเพิ่มขึ้นอีกกี่ปี แต่ควรหมายถึงการมีปีที่ยังเลือกได้เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น นอกจากถามว่า “เกษียณแล้ว เงินจะพอใช้ถึงอายุเท่าไร” อาจถึงเวลาต้องถามเพิ่มอีกข้อว่า “เมื่อถึงวันนั้น เรายังมีทางเลือกมากพอที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการหรือไม่?” เพราะเงิน สุขภาพ และโอกาส อาจเป็น 3 สิ่งที่ทำให้คำว่า “ทุกวัยมีความหมาย” เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตของเราเอง
กระเบียดเกษียณ
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

