เซ็นทรัล–โรบินสันเร่งเครื่อง Green Retail ขับเคลื่อน 5 มิชชั่นรักษ์โลก เชื่อมธุรกิจค้าปลีกสู่ความยั่งยืน

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าผสานแนวทาง ESG เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีก ผ่าน ‘5 มิชชั่นรักษ์โลก’ ครอบคลุมการลดขยะพลาสติก สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนการใช้พลังงานสะอาด ล่าสุดขยาย Solar Rooftop ครอบคลุม 21 สาขาทั่วประเทศ ผลิตไฟฟ้าได้ราว 14 ล้านหน่วยต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 6,998.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมติดตั้งระบบที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมแล้วเสร็จ 100% สะท้อนการยกระดับความยั่งยืนจากกิจกรรมเพื่อสังคมสู่การดำเนินงานที่วัดผลได้จริง

Green Retail เมื่อความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ค้าปลีก

ท่ามกลางความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสร้างบทบาทของธุรกิจค้าปลีกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยนำแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) มาผสานกับการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดการขยะ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด

กลยุทธ์ดังกล่าวดำเนินการภายใต้ “5 มิชชั่นรักษ์โลก” ที่เชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจ ลูกค้า พันธมิตร และชุมชนเข้าด้วยกัน โดยมุ่งขยายผลกระทบเชิงบวกจากพื้นที่ห้างสรรพสินค้าไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัล รีเทล

5 มิชชั่นรักษ์โลก เชื่อมพื้นที่ค้าปลีกกับเศรษฐกิจชุมชนและสิ่งแวดล้อม

1. ลดขยะตั้งแต่ต้นทางด้วยการงดใช้ถุงพลาสติก

ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันดำเนินโครงการ Say No To Plastic Bags มาตั้งแต่ปี 2562 โดยงดแจกถุงพลาสติกในทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง และผลักดันให้การลดพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน

2. ใช้พื้นที่ค้าปลีกสร้างโอกาสให้สินค้าชุมชน

ห้างเซ็นทรัลเปิดพื้นที่ให้ Good Goods ซึ่งรวบรวมและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและฝีมือของชุมชนไทย เข้ามาจำหน่ายภายในห้าง เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มกว้างขึ้น และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

แนวทางนี้สะท้อนบทบาทของธุรกิจค้าปลีกที่มากกว่าการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า โดยนำเครือข่ายสาขา ฐานลูกค้า และศักยภาพด้านการตลาดมาช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและสนับสนุนความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

3. ฟื้นฟูผืนป่า สร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชน

ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ณ ป่าชุมชนบ้านแม่กัวะ จังหวัดลำปาง ครอบคลุมการปลูก ฟื้นฟู และบำรุงรักษาผืนป่า ควบคู่กับการส่งเสริมให้ป่าเป็นแหล่งธนาคารอาหารของชุมชน เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายของเซ็นทรัล กรุ๊ป ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 50,000 ไร่ทั่วประเทศภายในปี 2573 โดยมุ่งให้การดูแลสิ่งแวดล้อมดำเนินควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

4. ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

ภายใต้โครงการ Reef Revival 2569 ซึ่งดำเนินงานภายใต้ Central Tham มีการใช้แนวทาง Research – Restoration – Education ครอบคลุมการสำรวจและติดตามข้อมูล การพัฒนาโครงสร้างที่เอื้อต่อการเกาะและฟื้นตัวของปะการังตามธรรมชาติ ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมในการดูแลท้องทะเล

พื้นที่นำร่องประกอบด้วยเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเกาะมันใน จังหวัดระยอง พร้อมทดลองโครงสร้างปะการังเทียมจากวัสดุที่แตกต่างกัน ทั้งส่วนผสมปูนทั่วไป และส่วนผสมจากไบโอชาร์และเปลือกหอยบด เพื่อศึกษาและต่อยอดองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลในอนาคต

5. เปลี่ยนหลังคาห้างเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อใช้พื้นที่หลังคาห้างสรรพสินค้าเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 และขยายโครงการต่อเนื่องจนถึงปี 2569

ปัจจุบันระบบ Solar Rooftop ของห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันครอบคลุม 21 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็น 15 สาขาที่ดำเนินการร่วมกับ CHOW Energy และอีก 6 สาขาที่ดำเนินการร่วมกับพันธมิตรอีกราย โดยสาขาที่มีศักยภาพในการติดตั้งสามารถดำเนินการได้ครบ 100%

ระบบทั้งหมดผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 14 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นราว 7.1% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 6,998.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ประมาณ 777,622 ต้นต่อปี

เซ็นทรัลชิดลมติดตั้ง Solar Rooftop ครบ 100% เสริมประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร

หนึ่งในความคืบหน้าล่าสุดคือการติดตั้ง Solar Rooftop ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมแล้วเสร็จ 100% ด้วยขนาดโครงการประมาณ 665 กิโลวัตต์ สะท้อนการนำแนวคิด Sustainability มาผสานกับการบริหารจัดการ Flagship Store และการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกแห่งอนาคต

นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันยังเดินหน้าลดการใช้พลังงานภายในอาคาร ผ่านการยกระดับระบบแสงสว่างและนำเทคโนโลยี Smart AI Chiller มาเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การดำเนินงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้านพลังงานสะอาดไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงการดำเนินงานภายในธุรกิจค้าปลีก โดยมีตัวชี้วัดทั้งด้านปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 มุ่งสู่ Net Zero ปี 2593

ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ กล่าวว่า ศักยภาพของธุรกิจค้าปลีกไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า แต่ยังสามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมและสิ่งแวดล้อมได้ โดยห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันนำความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ภายในสาขาไปจนถึงชุมชน ผืนป่า ท้องทะเล และการใช้พลังงาน

เป้าหมายสำคัญคือการใช้ขนาดและศักยภาพของธุรกิจค้าปลีกเชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้ร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ และสร้างคุณค่าที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานภายใต้ 5 มิชชั่นรักษ์โลกเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายเซ็นทรัล รีเทล ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593

จากการลดขยะพลาสติก การสร้างโอกาสให้สินค้าชุมชน การฟื้นฟูผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันกำลังขยายบทบาทจากพื้นที่จำหน่ายสินค้าไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศค้าปลีกที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยใช้เครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือกับพันธมิตรเป็นกลไกสร้างผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง