
‘กรมท่าอากาศยาน’เดินหน้าพัฒนาสนามบินน่าน ชงของบปี 66 วงเงิน 40 ล้าน ศึกษาออกแบบขยายรันเวย์ สนามบินน่านนคร ยาว 2,500 เมตร รองรับเครื่องบินไซส์ใหญ่ คาดสร้างเสร็จปี 72-73 พร้อมเตรียมสร้างเทอร์มินัลใหม่ รับนักท่องเที่ยว จ.น่าน ปีละ 1 ล้านคน
28 มี.ค.2565-นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ด้านมาตรฐาน เปิดเผยถึงแผนพัฒนาท่าอากาศยานน่านนคร จ.น่าน ว่า ทย.เตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2566 วงเงินประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินการศึกษา ออกแบบ รวมถึงจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแว้ดล้อม (EIA) ขยายทางวิ่ง (รันเวย์) จาก 2,000 เมตร เป็น 2,500 เมตร พร้อมทั้งศึกษาและจัดหาพื้นที่สร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อได้รับงบประมาณดังกล่าวแล้ว ในปีงบประมาณ 2566 จะเริ่มกระบวนการศึกษา ออกแบบ โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี จากนั้นในปี 2567 จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา EIA ก่อนที่จะเริ่มการจัดซื้อที่ดินในปี 2568 และเริ่มดำเนินการขยายทางวิ่งในปี 2570 คาดว่า จะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 2-3 ปี หรือแล้วเสร็จภายในปี 2572-2573 ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างจะเป็นวงเงินเท่าไหร่นั้น ต้องรอให้ผลการศึกษาแล้วเสร็จ จึงจะสามารถสรุปตัวเลขได้
นายจรุณ กล่าวอีกว่า สำหรับการขยายทางวิ่งดังกล่าวนั้น เนื่องจากในปัจจุบัน ท่าอากาศยานน่านนคร ยังไม่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ในบางรุ่นได้ ส่งผลให้ขนส่งผู้โดยสารได้ไม่เต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากมีการขยายทางวิ่งเป็น 2,500 เมตรแล้ว จะสามารถรองรับสายการบินจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่มาจากภูมิภาคใกล้ๆ เช่น จีน ฯลฯ ขณะเดียวกันจ.น่าน มีด่านพรหมแดน ซึ่งจะสามารถทำการบินข้ามภูมิภาค อาทิ ภูเก็ต และเส้นทางอื่นๆ ได้อีกด้วย
ทั้งนี้สำหรับแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ของท่าอากาศยานน่านนครนั้น เนื่องจาก จากข้อมูลนักท่องเที่ยวของ จ.น่าน อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคนต่อปี แต่ในส่วนของอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานน่านนคร มีประตูทางออกเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น โดยเมื่อสายการบินต่างๆ มีเที่ยวบินถึงท่าอากาศยานน่านนครในเวลาใกล้เคียงกัน ประกอบกับคาดการณ์ว่า ในอนาคตจะมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้มีความแออัด และไม่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ตามความต้องการ และเต็มประสิทธิภาพ
“การให้บริการในปัจจุบัน หากมีสายการบินมาในเวลาใกล้เคียงกันจะเกิดความแออัดมาก ซึ่งขณะนี้จะเห็นได้มาเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ผู้โดยสารเดินทางมากขึ้น จากข้อมูลพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่น่าน มีประมาณ 1 ล้านคนต่อปี ในขณะที่ประชากรมีประมาณ 4 แสนคน ทย.จึงมีแผนศึกษาหาที่ดินเพิ่มเติม เพื่อเป็นการรองรับผู้โดยสารที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต” นายจรุณ กล่าว
ด้านนายวีระวัฒน์ ทะคง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานน่านนคร กล่าวว่า ในปัจจุบัน มี 4 สายการบินที่ทำการบินมายังท่าอากาศยานน่านนคร ประกอบด้วย สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยสมายล์ และสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ โดยมีเที่ยวบินให้บริการ 9 เที่ยวบินต่อวัน จากก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดอยู่ที่ 12 เที่ยวบินต่อวัน
ทั้งนี้ ล่าสุดสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ได้เปิดให้บริการเที่ยวปฐมฤกษ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-น่าน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ในวันพุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ขณะที่ สายการบินไทยเวียตเจ็ท อยู่ระหว่างพิจารณาเปิดบิน เส้นทางกรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-น่าน วันละ 1 เที่ยวบิน รวมทั้ง ทย. ได้ผลักดันให้สายการบินต่างๆ เปิดให้บริการเส้นทางบินข้ามภูมิภาคด้วย
สำหรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานน่านนคร ล่าสุดมีประมาณ 1,000 คนต่อวัน แต่ยังไม่เท่ากับช่วงก่อนหน้านี้ ที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละประมาณ 1,700-2,000 คนต่อวัน ขณะที่ อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ของท่าอากาศยานน่านนครนั้น ปัจจุบันในวันอังคาร-วันพฤหัสบดี อยู่ที่ประมาณ 70-80% ขณะที่วันศุกร์-วันจันทร์ อยู่ที่ประมาณ 90-100%
ด้านนายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จ.น่าน ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 1 ล้านคนต่อปี เป็นชาวไทย 98% และชาวต่างชาติ 2% สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวกว่า 3.2 พันล้านบาท โดยในขณะนี้การท่องเที่ยวของ จ.น่าน ฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ต.ค. 2564 แต่ช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มลดลง คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าหมายว่าจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในปี 2565 จะอยู่ที่ประมาณ 6-7 แสนคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)
รวบคู่รักฝรั่งเศส เปลือยมีเพศสัมพันธ์กลางหาดลายิ ปรับคนละ 5 พันบาท
ตำรวจภูเก็ตตามตัวนักท่องเที่ยว 2 ราย หลังคลิปว่อนโซเชียล จับได้คาโรงแรมย่านป่าตอง แจ้งข้อหากระทำลามกในที่สาธารณะ ก่อนส่ง ตม.พิจารณายกเลิกวีซ่า
ระทึก! สปีดโบ๊ตระเบิด ไฟลุกท่วมทั้งลำ เจ็บ 5 ราย
นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 11.00 น. ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ท ที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือ

