พาณิชย์เปิดเพจ 'สุดยอดผลไม้ภาคตะวันออก' เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกร

ปลัดพาณิชย์เป็นประธานเปิดเพจ “สุดยอดผลไม้ภาคตะวันออก” เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ทั้งการขายออนไลน์ในประเทศ และนำเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปิดตลาดต่างประเทศ

26 เม.ย. 2565 -นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานพิธีเปิดเพจ “สุดยอดผลไม้ภาคตะวันออก” ภายใต้โครงการยกระดับตลาดผลไม้ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์ผลไม้เมืองร้อนแห่งเอเชีย ว่า การจัดทำเพจ สุดยอดผลไม้ตะวันออก” เป็นการสร้างโอกาสในการหาคู่ค้ารายใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการพึ่งพาตลาดส่งออก ซึ่งเป็นตลาดหลักเพียงอย่างเดียว โดยเพจดังกล่าว จะช่วยแนะนำผลไม้ของภาคตะวันออก ช่วยกระตุ้นการบริโภค กระตุ้นการซื้อขายภายในประเทศ และช่วยผลักดันให้ผลไม้ภาคตะวันออกเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันเกษตรกรไทยปลูกผลไม้ 57 ชนิด มูลค่าการส่งออกประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาทในแต่ละปี การส่งออกผลไม้ไทยกระจุกตัวอยู่ที่ 3 ชนิด คือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ส่งให้กับตลาดใหญ่เพียง 2 แห่ง คือ จีนและเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ที่เหลือเป็นการจำหน่ายในประเทศ โดยการจัดทำเพจนี้ขึ้นมา จะช่วยกระตุ้นการซื้อขายในประเทศ และคาดหวังต่อยอดให้เป็นเพจ ที่ช่วยกระตุ้นการซื้อขายต่างประเทศด้วย

สำหรับข้อมูลการพยากรณ์ผลไม้ตะวันออกในปี 2565 พบว่า ทุเรียน มังคุด เงาะ และกองลอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ตราด จะมีปริมาณ 1.14 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีจำนวน 9 แสนตัน

นายชัยรัตน์ บุญส่ง พาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ในนามพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา) กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกมีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย กล้วยไข่ สับปะรด สละ ชมพู่ ขนุน มะยงชิด มะม่วง และส่วนใหญ่ส่งออกไปต่างประเทศ มากกว่า 90% ส่งออกไปจีน เวียดนามและฮ่องกง ซึ่งบางครั้ง ตลาดส่งออกมีปัญหาถูกกดราคา หรือกำหนดมาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้การส่งออกมีความยุ่งยาก และกระทบต่อราคาจำหน่ายของเกษตรกร จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการยกระดับตลาดผลไม้ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์ผลไม้เมืองร้อนแห่งเอเชีย เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายผลไม้

“โครงการนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ได้มีโอกาสแสวงหาคู่ค้ารายใหม่ และเปิดตลาดใหม่ ๆ พร้อมทั้งจัดหากิจกรรมรองรับ หากมีสินค้าล้นตลาดภายในประเทศ โดยเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้มีการบริโภคภายในประเทศ จึงได้จัดทำเพจสุดยอดผลไม้ภาคตะวันออกขึ้นมา เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกรผ่านทางออนไลน์ภายในประเทศ และขยายถึงตลาดต่างประเทศ”นายชัยรัตน์กล่าว

โดยกิจกรรมที่ได้มีการดำเนินการภายใต้โครงการนี้ไปแล้ว ได้แก่ การจัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ภายในประเทศ เมื่อวันที่ 1–2 มี.ค.2565 ถ่ายทอดสดผ่านระบบ ZOOM จากห้องพราวมณี โรงแรม นิว แทรเวิลลอด์จ จ.จันทบุรี มีผู้ประกอบการภาคตะวันออกเข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 50 ราย และจัดทำเพจ “สุดยอดผลไม้ภาคตะวันออก” เพื่อเป็นช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคตะวันออกที่เข้าร่วมอบรม และยังได้นำเกษตรกรมาร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าต่างประเทศ วันที่ 25 เม.ย.2565 มีผู้ประกอบการภาคตะวันออกเข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 30 ราย เป็นการเจรจาออนไลน์กับประเทศกัมพูชา จีน และสวิตเซอร์แลนด์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด3ปีติดตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด 3 ปีติด ตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย เงินลงทุนรวม 1.85 หมื่นล้าน พาณิชย์ปลื้มปี 68 ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าทุบสถิติ 3.64 แสนล้านบาท ขึ้นแท่นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาค

'พาณิชย์' เปิดเทรนด์สิทธิบัตรเกษตร มั่งสู่เกษตรนวัตกรรม ผสานเทคโนโลยี เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มสิทธิบัตรด้านเกษตรกรรมทั่วโลก พบว่าภาคเกษตรมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างยาวนาน และกำลังก้าวสู่ยุค “เกษตรนวัตกรรม” ที่ผสานเทคโนโลยี เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และข้อมูลสารสนเทศ

ไทยหลุดโผบัญชี'ตลาดออนไลน์ละเมิดลิขสิทธิ์'เหลือเพียง 1แห่ง

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยสหรัฐฯ รายงานตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ปี 68 ไม่มีชื่อตลาดออนไลน์ของไทย แต่เหลือตลาดพื้นที่การค้า 1 แห่ง เหตุมีความพยายามลักลอบขายสินค้าละเมิด ตั้งแผงชั่วคราว หรือเปลี่ยนวิธีขาย เตรียมลุยจัดการต่อ

พาณิชย์ลุยตรวจบัญชีม้าพุ่งเป้า 12 จังหวัด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลุย สกัดบัญชีม้าเดินหน้าตรวจ 117,496 บริษัท ที่มีคนต่างชาติมาร่วมลงทุน พุ่งเป้า 12 จังหวัด โชว์ผลงานล่าสุด ส่ง ปปง.ตรวจเส้นทางเงิน 357 ราย ส่งกรมสรรพากร 3,634 ราย และส่ง บก.ปอศ. 11 รายฟันผิดนอมินี