
30 เม.ย.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐ ในรอบใหม่ปี 2565 นี้ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากประชาชน แบ่งเบาค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชนได้จริง และเกิดผลดีต่อการหมุนเวียนกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยความคืบหน้ายอดตัวเลขค่าใช้จ่าย ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 65) ผู้ใช้สิทธิ สะสม รวม 40.95 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 70,069.07 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 26.27 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 61,477.82 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 31,305.72 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 30,172.10 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.37 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 7,891.74 ล้านบาท และ 3. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.31 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 699.51 ล้านบาทโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการสร้างงานสร้างอาชีพ ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ออกมาตรการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องรายได้ จากการประเมินสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น ประชาชนปรับตัวในการออกมาใช้ชีวิต เศรษฐกิจกำลังขยับเข้าสู่ภาวะปกติ รายรับเริ่มกลับมา จึงเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปสู่การสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อทำให้ประชาชนกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นได้เอง โดยขณะนี้โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบ 1,200 บาท ประมาณ 13.53 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 51 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด ในขณะที่จำนวนผู้ใช้สิทธิใกล้ครบจำนวน 1,200 บาท ประมาณ 10.77 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 41 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมดและยังมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิประมาณ 1.2 แสนราย จึงขอเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิวันนี้ 30 เมษายน วันสุดท้าย“ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี บริหารงานภายใต้วิกฤติสถานการณ์โลกอย่างรอบคอบเป็นระบบ เน้นมาตรการช่วยเหลือประชาชนแบบพุ่งเป้า ผลงานและนโยบายโครงการของรัฐบาลต่างๆ เป็นที่ประจักษ์ มาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม อย่างเต็มที่ ให้ผ่านพ้นความเดือดร้อนนี้ไปให้ได้ ขอให้ทุกคนอดทนและร่วมมือกันพึ่งพากันและเดินหน้าพร้อมผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยกัน ซึ่งในส่วนของมาตรการอื่นๆ รัฐบาลก็จะได้มีการวางแผนให้สอดรับกับสถานการณ์ต่อไป” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SCBไตรมาส1/2569กำไรวูบเหลือ 10,195 ล้านบาท
SCB แจงผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% มีปัจจัยลบจาก รายได้ดอกเบี้ยลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ลั่นสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้ลดลงได้ 2.3%
มหาดไทยหนุนพาณิชย์ ส่งรถพุ่มพวง3,800คัน
กรมการปกครองเด้งรับสั่งปุ๊บทำปั๊บ อธิบดีสั่งด่วน ปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ให้สนับสนุนรถพุ่มพวงของ ก.พาณิชย์ 3,800 คัน วิ่งขายของถูกทั่วไทย กลุ่มสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันโวยมาตรการคุมส่งออกทำเกษตรกรเดือดร้อนรายได้ลดฮวบ
‘ศุภจี’ถกมหาดไทยดึงรถพุ่มพวงขายสินค้าธงฟ้า
‘ศุภจี’ประชุมร่วมมหาดไทย เดินหน้าโครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน เปิดรับสมัครรถพุ่มพวงธงฟ้า นำสินค้าราคาประหยัดขายให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ
รัฐบาลฟิตจัด เร่งกม.ค้างท่อ ‘24ฉบับ’ไปต่อ
ครม.เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้าสังกัดเร่งดำเนินการต่อ และแจ้ง สลค.ภายใน 24 เม.ย.69 ก่อนเสนอ ครม. ร้องขอรัฐสภาพิจารณาต่อไป
ครม. ไฟเขียวงบกลาง 7.7 พันล้าน ช่วยประชาชนแบกภาระค่าพลังงานพุ่งสูง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (

