สุดล้ำ 'สรรพากร' พัฒนาเอไอช่วยการจัดเก็บภาษี

สรรพากรจับมือ NECTEC พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการบริการผู้เสียภาษีด้วยดิจิทัล

20 พฤษภาคม 2565 กรมสรรพากร และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ เรื่อง การพัฒนา ต่อยอดและถ่ายทอดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ และโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐ โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงแบบ Online ผ่านโปรแกรม Microsoft Teams

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “ความร่วมมือกับ เนคเทค สวทช. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อร่วมมือกัน “พัฒนาระบบและพัฒนาคน” ต่อยอด “น้องอารี – AI Chatbot ผู้ช่วยอัจฉริยะเรื่องภาษีสรรพากร” ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพิ่มเติม เช่น การสร้างเสียงพูดจากข้อความ (Text-to-speech) การรู้จำเสียงพูด (Speech-to-text) เป็นต้น เพื่อการยกระดับการบริการผู้เสียภาษีของกรมสรรพากรให้ตรงใจ และยกระดับบริการดิจิทัลภาครัฐ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์

นอกจากนี้ การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ยังเป็นการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้าง ความรู้ประสบการณ์ และข้อมูลวิชาการระหว่างกรมสรรพากรและ เนคเทค สวทช. ในด้านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาพัฒนาและยกระดับการบริการดิจิทัลภาครัฐยุคหน้าให้มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ กรมสรรพากรขอขอบคุณเนคเทค สวทช. ที่เห็นถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการดำเนินงานในครั้งนี้”
นายชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า “เนคเทค สวทช. ในฐานะองค์กรวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูงให้กับประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านงานวิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้สะสมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์มากว่า 20 ปี โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยและเอกลักษณ์ของไทย และได้ให้บริการ AI FOR THAI : Thai AI Service Platform หรือแพลตฟอร์มเอไอสัญชาติไทย ซึ่งมุ่งหวังให้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเพิ่มศักยภาพ และความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมและบริการยกระดับประสิทธิภาพภาคเศรษฐกิจไทย

ความร่วมมือกับกรมสรรพากร นี้ เนคเทค สวทช. นำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมยกระดับศักยภาพการบริการดิจิทัลภาครัฐ ด้วย AI Service – แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (Speech to Text) ด้วยผลงานวิจัย “แพลตฟอร์มระบบรู้จำเสียงพูดภาษาไทย พาที (Partii)” การตอบกลับการสนทนาอัตโนมัติ ด้วยผลงานวิจัย “แพลตฟอร์มระบบสนทนาอัตโนมัติ อับดุล (Abdul)” และแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text to Speech) ด้วยผลงานวิจัย “ซอฟต์แวร์สังเคราะห์เสียงพูดภาษาไทยวาจา (VAJA)” สำหรับพัฒนาต่อยอดเป็น Voice bot เพื่อให้บริการสำหรับผู้เสียภาษีในการติดต่อสอบถามขอรับข้อมูลการเสียภาษี และเพื่อให้ตอบโจทย์ด้านการพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐในอนาคต เนคเทค สวทช. มีแนวทางนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมภาครัฐ อาทิ Open data, Big data analytics มาร่วมสนับสนุนงานของกรมสรรพากร ด้วย”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' ปลื้ม ศก.ไทยบวก 2 เด้ง จาก 'S&P - IMD' ลุยใช้ กรอ. ต่อยอด

'เอกนิติ' เตรียมต่อยอดความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังเศรษฐกิจรับสัญญาณบวก 2 เด้ง ทั้ง 'S&P - IMD' ถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. ชูจุดแข็งแก้จุดอ่อน ลุยรื้อโครงสร้าง 4 ด้าน จ่อเปิดตัว 'Thailand Fast Pass'

บอร์ดธ.ก.ส.สั่งลุย‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ช่วยเกษตรกร

ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

จบดรามา! นายกฯ สั่งคลังทบทวนตัดสิทธิ 'บัตรคนจน' ปมลูกลดหย่อนภาษี

'เอกนิติ' เผยนายกฯ สั่งทบทวน เกณฑ์บัตรคนจน ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คกก.ประชารัฐฯ พิจารณาเร็วที่สุดเสร็จภายใน ก.ค.นี้ ย้ำเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน

นายกฯสั่งสำนักงานปลัดฯแจ้ง 'วัชระ' เรื่องเก็บภาษี 'ทักษิณ' 17,000 ล้านให้กรมสรรพากรแล้ว

'วัชระ' เผย 'อนุทิน' สั่งสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ แจ้งเรื่องเร่งรัดเก็บภาษีทักษิณ 17,000 ล้าน ให้กรมสรรพากรพิจารณาแล้ว บี้ 'ทักษิณ' ทำตามคำพิพากษาคนจะชื่นชมว่ามีเกียรติเคารพกฎหมาย