แบกต่อไม่ไหว! กองทุนติดลบเฉียดแสนล้าน คาดสัปดาห์หน้าขึ้น 'ดีเซล' 1 บาท

จับตาราคาดีเซลยังสูง “พลังงาน” รับพุ่งต่อเนื่องทั้งปี ลุ้นสัปดาห์หน้าปรับขึ้นลิตรละ 1 บาท เร่งสร้างความเข้าใจประชาชน มึนกองทุนติดลบใกล้ทะลุ 1 แสนล้าน

24 พ.ค. 2565 – แหล่งข่าวจากคณะกรรมการคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกและน้ำมันดีเซลมีการผันผวนและปรับขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องจนมีช่วงหนึ่งที่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องอุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลหน้าสถานีบริการน้ำมันลิตรละ 14 บาท รวมใช้เงินวันเดียวกว่า 900 ล้านบาท เพื่อพยุงราคาดีเซลลิตรละไม่เกิน 30 บาท

ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ ทั้งยังยังต้ติดตามราคาอย่างต่อเนื่องอาจจะส่งผลกระทบไปยังราคาขายปลีกในช่วงสัปดาห์หน้าว่าจะขยับขึ้นอีกหรือไม่

“อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าแม้รัฐบาลจะลดภาษีดีเซลลงลิตรละ 5 บาท แต่ราคาขายปลีกจะไม่ลดลงทันที เพราะตอนนี้กองทุนน้ำมันติดหนี้สูงมากโดยสิ้นเดือนนี้จะทะลุ 80,000 ล้านบาทแน่นอน เพราะใช้เงินเดือนละกว่า 20,000 ล้านบาท จึงเป็นไปได้สูงที่สัปดาห์หน้าจะเห็นการขยับขึ้นราคาดีเซลลิตรละ 33 บาท ดังนั้น สิ่งสำคัญจะต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลได้ใช้เงินเดือนละ 20,000 ล้านบาท มาช่วยเหลือราคาน้ำมันดีเซลตรงนี้”แหล่งข่าวระบุ

ดังนั้น กระทรวงพลังงานจะต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนถึงประเด็นนี้ว่าลดภาษีลงแล้วทำไมราคายังสูง ซึ่งขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถพยุงราคาได้ และอยู่ในระดับลิตรละ 41-42 บาท ซึ่งหากปล่อยให้กองทุนน้ำมันติดลบระดับ 100,000 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะถือเป็นหนี้ของประเทศเช่นกัน ซึ่งแนวโน้มทั้งปีราคาจะยังคงมีความผันผวนอยู่ในระดับนี้แน่นอน

สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 22 พ.ค.2565 ติดลบ 76,291 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 41,419 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้มติดลบ 34,872 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดรวม 13,669 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารที่ 2,556 ล้านบาท และบัญชีเงินฝากที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง 14,133 ล้านบาท 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OR โชว์ไตรมาสแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท

OR เผยไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อน และมี EBITDA 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.8% จากไตรมาสก่อน พร้อมเดินหน้าขยาย OR Ecosystem และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต