อินเดียมาแรงนักท่องเที่ยวแห่เข้าไทยทะลุแสนคน

นายกฯ ยินดีปีนี้นักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มขึ้นทะลุแสนคน ตั้งเป้าหมายช่วงปลายปีดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน

29 พ.ค. 2565 – นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงจากต้นปีที่ผ่านมามีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคน ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่าในปี 2565 จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียมาไทยถึง 5 แสนคน สร้างรายได้เข้าไทยกว่า 22,500 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 พฤษภาคม 2565 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอันดับ 1 คือ อินเดีย จำนวน 100,884 คน ซึ่งการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ มีเที่ยวบินรองรับการเดินทาง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศอินเดีย รวมทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียมาไทยเฉลี่ย 3,000 คนต่อวัน ผ่านการกระตุ้นกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอินเดีย ทั้งการวางแผนเปิดเส้นทางบินเชื่อมโยงพื้นที่ใหม่ๆ ระหว่างอินเดียและไทย เช่น เชียงใหม่ เป็นต้น และส่งเสริมการตลาดร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ เพื่อกระตุ้นการเดินทางช่วงปลายปี 2565 โดยเจาะกลุ่มความสนใจพิเศษ พร้อมขยายความร่วมมือกับบริษัทวางแผนงานแต่งงานในอินเดีย วางแผนนำคู่แต่งงานชาวอินเดียกว่า 400 คู่มาจัดงานในไทยปลายปีนี้อีกด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนพฤษภาคมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขานรับนำนโยบายจากนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศอินเดีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดระยะใกล้ในช่วงนี้ก่อน รวมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความสนใจพิเศษ ทั้งกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มคู่แต่งงานและฮันนีมูน กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการท่องเที่ยวที่เน้นการจับจ่ายสินค้าหรูหรา (Luxury) รวมทั้งพลิกโฉม เปลี่ยนมุมมอง สร้างภาพจำด้านการท่องเที่ยวใหม่ ผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพใหม่ ๆ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“นายกรัฐมนตรียินดีที่แนวโน้มการท่องเที่ยวของไทยเป็นไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการท่องเที่ยวไทยในระยะนี้ เพราะเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากและนักท่องเที่ยวมีศักยภาพในการใช้จ่าย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคาดการณ์ว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2565 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาไทยไม่น้อยกว่า 5 แสนคนต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ 3 แสนคนต่อเดือน สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งรวมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลทั้งยุโรปและสหรัฐฯ เชื่อว่าจะมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวสามารถดำเนินธุรกิจได้ เกิดการจ้างงาน และเกิดการจับจ่ายในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยมากขึ้น” นายธนกร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง

ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)