
'ธีระชัย-อดีตรมว.คลัง'แลกเชอร์ก.คลัง หากกฤษฎีกาตอบว่ากฎหมายบังคับให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันไม่ได้ต้องเสนอให้รัฐบาลออกพรก.เก็บภาษีลาภลอย ชี้'ประยุทธ์-สุพัฒน์พงษ์-อาคม' เคยดำรงตำแหน่งในกลุ่มบริษัทพลังงาน คำพูดจึงไม่ทำให้ประชาชนเชื่อถือ
6 ก.ค.2565 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กถึงการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ว่า
พลเอกประยุทธ์ถอดหมวกอดีตกรรมการโรงกลั่นน้ำมันหรือยัง!
เมื่อวานนี้ พลเอกประยุทธ์จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก โดยข่าวระบุด้วยว่า
“นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการกฤษฎีกากล่าวถึง กรณีกระทรวงการคลังสอบถามความเห็นเรื่องการใช้กฎหมายบังคับให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า กระทรวงพลังงานเพิ่งส่งหนังสือสอบถามความเห็นไป คาดว่าจะใช้เวลาตอบกลับไม่นาน ไม่น่าจะถึง 1 เดือน”
ผมตั้งข้อสังเกตดังนี้
1 กระทรวงการคลังตั้งคำถามได้ถูกต้องแล้ว ส่วนการจะบังคับให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นั้น ถ้าหากสำนักงานกฤษฎีกาตอบว่ากฎหมายปัจจุบันทำไม่ได้
กระทรวงการคลังก็จะต้องเสนอให้รัฐบาลออกเป็นพระราชกำหนดเพื่อเก็บภาษีลาภลอย เพราะประชาชนมอบอำนาจมหาชนของรัฐให้ไว้แก้ปัญหาแล้ว
2 การจะเก็บกำไรส่วนเกิน หรือภาษีลาภลอย นั้น กระทรวงการคลังจำเป็นต้องแสดงข้อมูลแก่ประชาชน ว่ากำไรส่วนที่เหมาะสมนั้นเป็นเท่าไหร่ เก็บภาษีเต็มที่หรือยัง เพื่อให้โปร่งใสว่าประชาชนได้รับความเป็นธรรมครบถ้วนหรือไม่
3 สภาวะการขาดแคลนกำลังกลั่นน้ำมันในประเทศสหรัฐและยุโรป มีแต่จะหนักขึ้น โรงกลั่นในตลาดสากลจึงจะสามารถบวกกำไรค่าการกลั่นสูงขึ้นไปได้อีกในอนาคต และจะยังทำได้อีกเป็นเวลานาน เพราะตะวันตกไม่สนับสนุนการสร้างโรงกลั่นขึ้นใหม่
ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องดูแลให้มีการเก็บกำไรลาภลอย ให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลา มิใช่เพียงชั่วไม่กี่เดือน ประเดี๋ยวประด๋าว
4 กรณีที่รองนายกฯ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่าโรงกลั่นในไทยกำไรแค่ 1-2 บาทต่อลิตร นั้น เนื่องจากนายสุพัฒนพงษ์ นายอาคม รัฐมนตรีคลัง รวมทั้งพลเอกประยุทธ์เอง เคยดำรงตำแหน่งในกลุ่มบริษัทพลังงาน คำพูดของคณะรัฐมนตรีจึงไม่ทำให้ประชาชนเชื่อถือ
(นายอาคมเคยเป็นกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ค่าตอบแทนปี 2555 เป็นเงิน 2,695,000.00 บาท เป็นต้น ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในหลายโรงกลั่น)
ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงควรจัดให้มีผู้สอบบัญชีระดับสากล เพื่อทำการตรวจสอบ และประกาศตัวเลขที่เกี่ยวข้องแก่ประชาชน
อนึ่ง ในวันนี้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางบริหารจัดการเรื่องพลังงานที่เหมาะสมหลายเรื่อง ยกเว้น :-
ข้อ 2 ปรับราคาหน้าโรงกลั่นในไทย ให้เท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ ไม่ต้องมีค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าระเหย เรื่องนี้เป็นการเอาเปรียบประชาชนมาเป็นสิบปีแล้ว และต้องแก้ไข
วิธีแก้ไขอย่างนี้ เปิดช่องให้โรงกลั่นไทยได้กำไรลาภลอย โดยคนไทยเป็นผู้ควักกระเป๋า จึงใช้ไม่ได้
ปัญหาเกิดจากประเทศตะวันตกไม่ลงทุนสร้างโรงกลั่นใหม่มานานแล้ว เพราะมาตรการโลกร้อน ทำให้ตลาดทุนและระบบธนาคารตะวันตกไม่สนับสนุนเงินทุน
แหล่งที่มีกำลังการกลั่นเกินการใช้ในประเทศ เช่น สิงคโปร์ อินเดีย จึงฉวยโอกาสบวกกำไรค่าการกลั่นแบบเต็มเหยียด ทำให้ได้กำไรลาภลอย
ปัญหานี้หนักขึ้น จากสงครามยูเครน เมื่อยุโรปเปลี่ยนจากน้ำมันรัสเซียไปเป็นแหล่งอื่น เครื่องจักรของบางโรงกลั่นต้องใช้เวลาแก้ไขเพื่อรองรับน้ำมันแหล่งใหม่
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐและยุโรปจึงสูงขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ปีก่อน และปีนี้ก็สูงขึ้นไปอีก ทุกโรงกลั่นจึงฉวยโอกาสบวกกำไรค่าการกลั่นเข้าไปอย่างหนัก
ดังนั้น ข้อเสนอแก้ไข ให้อ้างอิงราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ ถึงแม้ถ้าหากจะไม่มีค่าขนส่ง ค่าประกันภัย หรือค่าระเหย ก็ตาม แต่ก็ยังไม่ปิดประตูโรงกลั่นไทย ที่จะบวกกำไรค่าการกลั่นแบบลาภลอย
ทั้งนี้ รัฐต้องไม่ยินยอมให้โรงกลั่นในประเทศไทยบวกกำไรค่าการกลั่นแบบลาภลอย เพราะไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักขึ้น หรือการใช้สมองมากขึ้น แต่ควักเอาจากประเป๋าของคนไทยเต็มๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ยังปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อที่สภาฯ
ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าอาคารรัฐสภา เพื่อมาเซ็นชื่อประชุมสภา ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้เวลาอยู่ในสภาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเดินทางกลับออกไปทำเนียบรัฐบาล
'กรณ์' ชี้ 'เอกนัฏ' ลดค่าการกลั่น 2 บาท จุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมและยั่งยืน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เมื่อวานที่ รมว.พลังงาน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แถลงหลังการหารือกับโรงกลั่น
'จตุพร' หนุน 'เอกนัฏ' ลดค่าการกลั่น 2 บ.แต่โรงกลั่นยังฮึดฮัด เตือนพ.ค.ชี้ชะตาน้ำมัน-ปุ๋ยหมด
'จตุพร' เตือน วิกฤตไทยลุกลาม ถาโถมหนักอึ้ง คาดเมษา-พฤษภา ดีเซลแพงทะลุกว่า 60 บ. ซ้ำร้ายน้ำมัน-ปุ๋ยหมดสต็อกทุกข์ระทมอดอยากระบาดทั่วหย่อมหญ้า ส่วนพ่อค้าน้ำมันหอบกำไรกันเบิกบาน ให้กำลังใจ รมว.พลังงาน ขอลดค่ากลั่น 2 บ.ยังฮึดฮัด เชื่อ 'ศุภจี' เหนื่อยแบกปัญหา
ดีเอสไอ พบพิรุธเรือขนส่งน้ำมันไปสุราษฎร์ เพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยว สอบคดีกักตุนน้ำมัน
โฆษกดีเอสไอ เผยวงประชุมร่วม ธุรกิจพลังงาน-สรรพสามิต พบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยวจาก 96 เที่ยว เหลือนำข้อมูลมากระทบยอดกับจำนวนเรือทั้งหมด แง้ม พบความผิดปกติส่วนใหญ่ของเรือขนส่งน้ำมันมักมาจากภาคตะวันออกก่อนลงสู่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี
เปิดสูตร 'ทุจริตเชิงนโยบาย' ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นักวิชาการอิสระ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเขียนเมื่อสามปีก่อน ดูเหมือนยังใช้ได้ ทุกยุคทุกสมัย"
'อนุทิน' เผยเจรจาลดค่าการกลั่นน้ำมัน ต้องไม่บีบบังคับเกินไป ขายแล้วไม่คุ้มอาจหยุดกลั่นจนปัญหาทวีเพิ่ม
นายกฯ เผยใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น บอกต้องไม่บีบบังคับเกินไป หวั่น หยุดกลั่นปัญหาทวีเพิ่ม ย้ำ ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด อุ้มตลอดไม่ได้ แต่รัฐหามาตรการอื่นด้วยแทน ยืนยัน ช่วงสงกรานต์น้ำมันพอ เปิดสาเหตุเงียบเรื่องไอ้โม่ง เพราะไม่อยากให้ข่าวรั่ว ชื่นชมเจ้าหน้าสืบเชิงลึก แค่ 1 สัปดาห์ รู้เส้นทางทั้งหมด

