เอกชนห่วงบาทอ่อนค่าเกิน หวั่นแตะ 37 บาทต่อเหรียญฯ หวัง ธปท. ดูแลใกล้ชิด

เอกชนจับตาค่าเงินบาทอ่อน หวั่นแนวโน้มอ่อนค่าต่อแตะ 37 บาทต่อเหรียญฯได้ วอน”ธปท.”ดูแล ชี้เหตุบาทอ่อนมีทั้งบวกและลบหวังบริหารให้สมดุลนำเข้า ส่งออก และเงินเฟ้อ ไม่ให้ผันผวน

8 ก.ค.2565 -นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยปิดตลาดเมื่อ 6 ก.ค. แตะระดับ 36.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าสุดในรอบกว่า 6 ปีโดยคาดการณ์ว่าค่าเงินบาทของไทยอาจจะอ่อนค่าแตะระดับ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ตามการไหลออกของเงินทุนต่างชาติหลังเงินสหรัฐและหยวนแข็งค่าขึ้น ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)คงต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเห็นว่าการบริหารจัดการจำเป็นต้องวางสมดุลระหว่างการนำเข้า การส่งออก และอัตราเงินเฟ้อเป็นสำคัญเพื่อดูแลเศรษฐกิจภาพรวม โดยค่าเงินบาทไม่ควรผันผวนเร็วเกินไปและต้องสะท้อนภูมิภาค

ทั้งนี้แม้ว่าบาทอ่อนค่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกในรูปเงินบาทที่จะปรับสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันต้องมองในแง่ของการนำเข้าสินค้าทุนทั้งวัตถุดิบต่างๆ รวมราคาพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันดิบที่ไทยต้องพึ่งพิงการนำเข้ากว่า 90% เหล่านี้จะสะท้อนไปยังการผลิตให้มีต้นทุนภาพรวมที่เพิ่มขึ้นได้ซึ่งจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อของไทยให้สูงขึ้นตามท่ามกลางรายได้ประชาชนปัจจุบันก็ไม่พอรายจ่ายจึงอาจไม่ได้เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมเพราะจะยิ่งทำให้แรงซื้อประชาชนถดถอย

“บาทอ่อนดีในแง่การส่งออกเพราะแม้ว่าภาคส่งออกส่วนหนึ่งที่มีการนำเข้าวัตถุดิบมาแปรรูปแล้วส่งออกไปเป็นเงินเหรียญฯแปลงกลับเงินบาทก็ไม่กระทบ แต่หากการนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตแล้วพึ่งพิงตลาดในประเทศมากน้อยก็อาจต่างกันไปอันนี้จะลำบากต้นทุนจะสูงขึ้นมากและจะถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าปรับตัวเพิ่ม แต่ในแง่ของภาคเกษตรไทยและการท่องเที่ยวจะส่งผลดี โดยเฉพาะการท่องเที่ยวหากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยราว 7-10 ล้านคนในปีนี้ก็จะทำให้มีความต้องการเงินบาทเพิ่มขึ้นจุดนี้ก็จะช่วยบรรเทาผลกระทบการอ่อนค่าลงได้บ้าง”นายเกรียงไกรกล่าว

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทของไทยที่อ่อนค่าลง ตั้งแต่ต้นปี 2565 เทียบกับปัจจุบันพบว่าอ่อนค่าไปถึง 7.66% หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทยเราอ่อนค่ามากกว่าและเห็นว่าระดับดังกล่าวค่อนข้างจะอ่อนค่าเร็วไปหน่อย

“ผมมองว่าค่าเงินบาทของไทยที่เหมาะสมนั้นอย่าเกิน 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาพรวมเศรษฐกิจจากการดูแนวโน้มในช่วงที่ผ่านมาที่บาทอยู่ระดับ 33.5-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐการส่งออกของไทยค่อนข้างดี แต่พอขยับสูงขึ้นจะเห็นว่าเกิดการขาดดุลการค้าเพราะไทยต้องควักจ่ายการนำเข้าน้ำมันสูง อย่างไรก็ตามธปท. อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นเร็วๆ นี้เพื่อป้องกันเงินไหลออกแต่คงไม่มากเพราะบริบทของไทยและสหรัฐฯต่างกัน ”นายธนิต กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สนธิรัตน์' ชี้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1.00% ต่อปี หากกดค่าเงินบาทได้ จะเป็นผลดีต่อการนำเข้าน้ำมัน

'สนธิรัตน์' ชี้ กนง. ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เป็น 1.00% ต่อปี หากกดค่าเงินบาทได้ จะเป็นผลดีต่อการนำเข้าน้ำมัน แต่หากค่าเงินยังแข็งขึ้น ก็ต้องซื้อน้ำมันราคาสูงเหมือนเดิม

เอกชนผวาบาทอ่อน จับตา กนง. เคาะดอกเบี้ยวันนี้

ส.อ.ท. จับตาการประชุม กนง. 28 ก.ย.นี้ หวังเคาะทยอยขึ้นดอกเบี้ย แบบค่อย ๆ ขยับที่ 0.25% รับหากไม่ทำอะไรเลยอาจหนุนค่าเงินบาทอ่อนได้ต่อเนื่อง และอาจทะลุ 39บาทต่อเหรียญฯ หลังเฟดส่งสัญญาณขยับดอกเบี้ยต่อเนื่องถึงสิ้นปี

กสิกรคาด กนง. ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% หลังเจอค่าบาทอ่อนกดดัน

การประชุมกนง. คาดกนง. ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ 1.00% ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสุดในรอบ 16 ปี 

ส.อ.ท. จับตาต้นทุนพลังงานพุ่งหลังค่าเงินอ่อน 'SCB' ชี้บาทเคลื่อนไหว 37.20-37.50 บาท

“เกรียงไกร” ลั่นเฟดขยับดอกเบี้ย จับตาค่าเงินบาทอ่อนไปแตะ 38 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชนพุ่งทะยาน ทั้งราคาพลังงาน ราคาอาหาร เงินฟ้อ ชี้ผลดีตกอยู่กับผู้ส่งออก-การท่องเที่ยว วอน ธปท.และ คลังร่วมหาจุดสมดุล เพื่อดูแลผลได้-ผลเสีย