'กฟผ.' แจงซื้อไฟเอกชนโปร่งใสไม่เอื้อต่อกลุ่มทุน

กฟผ.โต้การรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนเป็นไปตามนโยบายที่ภาครัฐกำหนด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใด ส่วนการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเป็นไปตาม พรบ. ประกอบกิจการพลังงานปี 2550 โดยยึดหลักความเป็นธรรม

25 ก.ค. 2565 – นางสาวจิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการกล่าวว่า กฟผ. เลือกซื้อไฟจากแหล่งแพงสุดด้วยการเลือกซื้อไฟจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่มีราคาสูง เอื้อประโยชน์ให้เอกชนจนทำให้เกิดปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าล้นระบบ และก่อให้เกิดหนี้ 83,010 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) เป็นไปตามนโยบายที่ภาครัฐกำหนด เพื่อส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้า เพิ่มการแข่งขันในกิจการพลังงาน และช่วยลดภาระการลงทุนของภาครัฐ

ซึ่งภาครัฐเป็นผู้คัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าฯ ที่มีราคาต่ำสุดในช่วงเวลานั้น ๆ โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ตามลำดับ โดย กฟผ. เป็นเพียงผู้รับซื้อไฟฟ้าตามราคาที่รัฐกำหนด และดำเนินการตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าฯ ซึ่งมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้เท่านั้น

ทั้งนี้ แม้ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า กฟผ. จะเป็นผู้ควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าทั้งหมด แต่เงื่อนไขการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงานปี 2550 เพื่อให้เกิดการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยยึดหลักเกณฑ์ตามลำดับคือ เริ่มจากการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าประเภทจำเป็นต้องเดินเครื่องเพื่อรักษาความมั่นคง หรือที่เรียกว่า Must Run เป็นลำดับแรก เพราะหากไม่เดินเครื่องโรงไฟฟ้าประเภทนี้แล้ว ระบบไฟฟ้าจะเกิดความมั่นคงลดลงอาจทำให้ไฟฟ้าดับได้

ลำดับถัดมาคือ สั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าประเภทจำเป็นต้องรับซื้อขั้นต่ำตามสัญญา หรือที่เรียกว่า Must Take ทั้งด้านไฟฟ้าและสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ โรงไฟฟ้า SPP เพราะหากไม่เดินเครื่องโรงไฟฟ้าเหล่านี้อาจนำไปสู่การจ่ายเงินค่าซื้อไฟฟ้าหรือ ก๊าซธรรมชาติขั้นต่ำโดยไม่ได้รับพลังงานไฟฟ้า จากนั้นจึงสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดตามลำดับ หรือที่เรียกว่า Merit Order ได้แก่ โรงไฟฟ้า กฟผ. และโรงไฟฟ้า IPP เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.ชู Triple S สู่ Net Zero รับวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569

Triple S กลยุทธ์เปลี่ยนวิกฤต "โลกเดือด" ไปสู่ Net Zero โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กลยุทธ์แห่งการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน

'เอกนัฏ' ปิ๊งไอเดียดึงรายได้กฟผ.ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก

'เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้ กฟผ. ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก ชง ครม. เคาะ ยันไม่กระทบแผนลงทุน พร้อมจ่อเพิ่มกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 หวังเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม

รับมือวิกฤตโลกเดือด! ถอดรหัสแผน “Triple S” ของ กฟผ. สู่เส้นทาง Net Zero ที่ยั่งยืน

เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ย้ำเตือนให้พวกเราทุกคนหันกลับมามองสถานการณ์ของบ้านหลังเดียวที่เราอาศัยอยู่

กฟผ. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Data Center

กฟผ. มั่นใจระบบไฟฟ้าไทยพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคตด้วย 3 จุดแข็งสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้าสะอาด มีความเสถียร และเพียงพอ ดึงดูดธุรกิจ Data Center เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มในอนาคต

สมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ ลงนามบันทึกความร่วมมือ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะนายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายไชยยศ  ตั้งวรกุลชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการจัดการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ และโครงการเยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

กฟผ. ชู UGT Platform ทางเลือกไฟฟ้าสีเขียวหนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero

ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า "การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100