รัฐบาล ตั้งเป้าปี 73 มี1.3 พันสถานีชาร์จ เปิดแล็บทดสอบ EV Charger กำลังสูง รองรับธุรกิจหัวชาร์จไฟฟ้า ต่อยอดนโยบายรัฐบาลส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า
5ส.ค.2565- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จึงได้มีการออกมาตรการจูงใจเพื่อให้มีการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมสรรพกำลังส่งเสริมการผลิตที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตแบตเตอรี่ การประกอบยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และการนำยานยนต์ไฟฟ้าไปใช้ขนส่งในระบบสาธารณะ ซึ่งขณะนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมเปิดตัวศูนย์ทดสอบอุปกรณ์อัดประจุรถยนต์ไฟฟ้ากำลังสูง 150 กิโลวัตต์ ตามมาตรฐาน IEC 61851 ณ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เริ่มให้บริการทดสอบ 15 ก.ค.2565 เป็นต้นไป
การร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันระบบนิเวศน์ของการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายคือ การสร้างบรรทัดฐานด้านความปลอดภัยของระบบชาร์จสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าโดยสารสาธารณะ ทั้งบนถนนและแม่น้ำให้ได้ระดับมาตรฐานสากล ซึ่งสถานีชาร์จ นอกจากต้องมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม ปลอดภัย ครอบคลุมพื้นที่การเดินทางแล้ว สิ่งสำคัญคือ “มาตรฐาน” ที่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไป และยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง โดยศูนย์ทดสอบฯจะเปิดให้ผู้ผลิตหัวชาร์จไฟฟ้านำผลิตภัณฑ์มาทดสอบเพื่อให้ได้มาตรฐาน ครอบคลุมการทดสอบหัวชาร์จไฟฟ้าแบบกระแสตรงขนาดใหญ่ 150 กิโลวัตต์ สำหรับการใช้งานของรถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า หัวรถลากไฟฟ้า และเรือเฟอร์รี เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการส่งหัวชาร์จไปรับรองมาตรฐานที่ต่างประเทศ ลดต้นทุนในการผลิต ลดระยะเวลาในการพัฒนา ส่งผลให้ราคาของหัวชาร์จไฟฟ้าไม่สูงมาก สามารถแข่งขันในตลาดได้
นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมความร่วมมือของสองหน่วยงานดังกล่าว ที่ได้ขับเคลื่อนงานสำคัญและเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก อนึ่ง ศูนย์ทดสอบฯแห่งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างนวัตกรรมเครื่องอัดประจุไฟฟ้า ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปอีกด้วย ขณะเดียว รัฐบาลยังได้ส่งเสริมการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อมากขึ้น โดยกระทรวงพลังงานได้ศึกษาจำนวนสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมเพื่อรองรับการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า กำหนดเป้าหมายให้ปี 2573 ควรมีสถานี 1,394 แห่ง และมีเครื่องอัดประจุไฟรวม 13,251 เครื่อง ปัจจุบันมี 944 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มี.ค.2565)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลจับมือเอกชนเปิดทาง SMEs เข้าถึงทุนและตลาดใหม่!
รัฐบาลจับมือเอกชนผ่าน กรอ. เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุนและตลาดใหม่ ดึงเข้าอุตสาหกรรมอนาคต เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจฐานราก
'เอกนัฏ' ปิ๊งไอเดียดึงรายได้กฟผ.ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก
'เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้ กฟผ. ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก ชง ครม. เคาะ ยันไม่กระทบแผนลงทุน พร้อมจ่อเพิ่มกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 หวังเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม
รัฐบาลกางแผนรับมือสภาวะเอลนีโญ!
แผนน้ำรับเอลนีโญ รัฐบาลดูแลประชาชน เกษตร และ EEC ไม่ให้สะดุด
กฟผ. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Data Center
กฟผ. มั่นใจระบบไฟฟ้าไทยพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคตด้วย 3 จุดแข็งสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้าสะอาด มีความเสถียร และเพียงพอ ดึงดูดธุรกิจ Data Center เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มในอนาคต
'ไทยช่วยไทยพลัส' 7 วัน 1.6 หมื่นล. 'รบ.' เดินหน้าเดือนมิ.ย. ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บ.ต่อหน่วย
รัฐบาล ย้ำไทยช่วยไทย 7วัน 1.6 หมื่นล้าน–ค่าไฟ 3 บาท ดูแลคนตัวเล็ก ควบคู่แก้โครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว
ยืนยันบัตรคนจนใหม่4มิ.ย.
“ไทยช่วยไทยพลัส” ยังคึกคัก ยอดใช้จ่ายรวมทะลุ 2.5 พันล้านแล้ว

