'ศักดิ์สยาม' สั่ง 'กทพ.' เร่งแก้ปัญหาจราจรบนทางด่วน

“ศักดิ์สยาม” สั่ง กทพ. เร่งแก้ปัญหาจราจรบนทางด่วน หวั่งเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง กางแผน 3 เส้นทาง พร้อมแบ่งปัญหา 5 ลักษณะ เร่งหาแหล่งเงินทุน จ่อชงครม. ภายใน ก.พ. 65

8 พ.ย.2564 – นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ (ทางด่วน) ว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รายงานความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.63 ที่ได้มอบให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการศึกษาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมและเป็นไปได้

ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในภาพรวมทั้งระบบ รวมทั้งศึกษาแนวทางการดำเนินโครงการก่อสร้างทางด่วนในเส้นทางอื่นๆ เพิ่มเติม โดยดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างศึกษาวิเคราะห์ และจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ มีความก้าวหน้าของการศึกษาประมาณ 75.05% ทั้งนี้จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน ทางขึ้น-ลง และถนนระดับดินที่ต่อเนื่อง รวมทั้งพิจารณาถึงโครงข่ายทางพิเศษและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในอนาคต พบว่า ปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ มี 5 ลักษณะ

คือ 1.ปัญหาด้านความจุของทางพิเศษไม่เพียงพอ (Over Section Capacity) 2.ปัญหาจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางร่วม และทางแยก (Weaving & Merging) 3.ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางลงทางพิเศษ (Off-Ramp Congestion) 4.ปัญหาการไหลเวียนจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง (Over Toll Plaza Capacity) และ 5.ปัญหาจุดคอขวดทางกายภาพบนทางพิเศษ (Bottleneck)

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า สำหรับเส้นทางหลักที่มีปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-พระราม 9, 2.ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงมักกะสัน-ท่าเรือ-บางนา และ 3.ทางพิเศษฉลองรัช ทั้งนี้ได้ศึกษาและกำหนดโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา วิเคราะห์ความเหมาะสม จัดลำดับความสำคัญ และจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรในภาพรวมทั้งระบบ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน 21 โครงการ แบ่งเป็น แผนระยะที่ 1 (ปี 65-69) 16 โครงการ และแผนระยะที่ 2 (ปี 70 เป็นต้นไป) 5 โครงการ และ 2.โครงการทางพิเศษเพิ่มเติมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง 11 โครงการ แบ่งเป็น แผนระยะที่ 1 (ปี 65-69) 5 โครงการ และแผนระยะที่ 2 (ปี 70 เป็นต้นไป) 6 โครงการ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ กทพ. เร่งรัดการดำเนินการศึกษาแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษทั้งระบบให้แล้วเสร็จ และนำเสนอคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และ ครม.ให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดในเดือน ก.พ.65 โดยจะต้องคำนึงด้วยว่าโครงการแต่ละโครงการตามผลการศึกษาต้องมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นอกจากนี้ได้สั่งการให้ กทพ. พิจารณาเรื่องแหล่งเงินในการพัฒนาโครงการแต่ละโครงการให้ชัดเจน เช่น การบริหารสัญญาของโครงการทางพิเศษเดิม การให้เอกชนร่วมลงทุน หรือการใช้แหล่งเงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF) และให้พิจารณาเพิ่มเติมถึงปัจจัยด้านการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ และรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมในการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รถไฟฟ้ายังเอาไม่อยู่! 'สามารถ' จี้รัฐบาลรื้อทางด่วนขั้นที่ 3 แก้รถติดกรุงเทพฯ

อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ชี้กรุงเทพฯ ต้องมีทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน หลังโครงข่ายด้านเหนือยังขาดเส้นทางเชื่อมตะวันตก-ตะวันออก ทำรถจำนวนมากต้องอ้อมเข้าเมือง จี้รัฐบาลหยิบ “ทางด่วนขั้นที่ 3” กลับมาหาทางออกใหม่ ลดผลกระทบแทนคัดค้านแล้วเลิกสร้าง

BEM ร่วมกับ กทพ. เปิดเพิ่มช่อง Easy Pass ด่านบางปะอิน ทางพิเศษอุดรรัถยา

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. เปิดเพิ่มช่องทาง Easy Pass ทางพิเศษอุดรรัถยา ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน ขาเข้าช่องทางที่ 1 เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางของผู้ใช้บริการ