
“กรุงเทพธนาคม” เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง กรณีค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ย้ำต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ยอมรับหนี้มีอยู่จริงแต่ขอศึกษาและเจรจาก่อนตัวเลขให้นิ่งก่อน พร้อมเล็งหารือ “บีทีเอสซี” ถึงแนวทางการชำระหนี้ต่อไป
9 ก.ย. 2565 – นายธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ว่าเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมาได้มีการอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นในกรณีข้อพิพาทคู่กรณีระหว่างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี และจำเลยร่วม คือกรุงเทพมหานครและ.เคที ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวโดยจำเลยทั้งสองมีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบในจำนวนเงินที่มีการฟ้องร้องกัน รวมวงเงิน 11,754 ล้านบาท
นายธงทอง กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้กรุงเทพมหานครและบริษัทฯ ร่วมกันชำระหนี้ค่าดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยมีหนี้ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และหนี้ของส่วนต่อขยายที่ 2 อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งการต่อสู้คดีมีมาก่อนกรรมการชุดนี้เข้ามา ซึ่งแม้ว่ากรรมการชุดนี้ได้พบว่ามีมิติทางกฎหมายบางประเด็นที่อยากจะเสนอให้ศาลได้พิจารณาใหม่ และได้นำเสนอไปแล้วแต่เนื่องจากในกระบวนการพิจารณาคดีเป็นช่วงท้ายจึงยังไม่ได้โอกาสที่จะได้พูดคุยเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามในชั้นนี้ บอร์ด เห็นพ้องกันที่จะอุทธรณ์คดีดังกล่าวซึ่งมีระยะเวลาภายใน 30 วัน และหากจำเป็นต้องขอพิจารณาคดีใหม่ก็จะดำเนินการควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะมีการหารือกับทางกรุงเทพมหานครในเร็วๆ นี้
สำหรับในเรื่องของจำนวนเงินที่ค้างชำระนั้น ยอมรับว่ามีหนี้สินที่ผูกพันระหว่างกรุงเทพมหานคร บีทีเอส และกรุงเทพธนาคม แต่จะผูกพันเป็นจำนวนเท่าไหร่จะขอนำคำพิพากษานี้ไปเป็นแนวทาง โดยยอดหนี้ที่เป็นตัวเลขที่พิจารณาแล้ว ไม่มีข้อกังวลสงสัย เป็นที่เข้าใจตรงกันทุกฝ่าย ก็จะดำเนินการชำระหนี้ต่อไป ซึ่งก็ต้องไปดูว่าจะต้องจ่ายอย่างไร วิธีการแบบใด ส่วนตัวเลขใดที่ยังมีข้อสงสัย ก็จำเป็นต้องนำมาพิจารณาให้รอบคอบ
“ขณะนี้บริษัทฯ ก็ได้ว่าจ้างที่ปรึกษามาทบทวนตัวเลข ค่าต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะนำมาหารือกับทางกรุงเทพมหานคร และจะได้พูดคุยเจรจากับทางบีทีเอสต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้หารือกับทางผู้บริหารบีทีเอสไปแล้ว 1 ครั้ง ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆ ของบริษัทฯ ก็เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของกรุงเทพมหานครและประชาชน โดยต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม”นายธงทอง กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไร้เงาป้าดา! 'อ.ธงทอง' กราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดิน
'อ.ธงทอง' นำ พศ. พบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำชัดวัดขึ้นทะเบียนถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ชี้หลวงพ่อรอมา 30 ปีแล้ว เผย 'ป้าดา' ยังไม่ติดต่อมา
ชัดเจน! ประธานบอร์ดคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไขปมศึกทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ชี้กรณีทายาททวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยารามว่า โปรดพิจารณาคำพิพากษาฎีกาที่ 7638 / 2538 ซึ่งวางมาตรฐานเรื่องการยกที่ดินเพื่อเป็นที่สร้างวัด ว่าทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้น โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินแปลงนั้นจึงตกเป็น
'ไอซ์' แฉประกันสังคมตุกติกเลื่อนเลือกตั้ง
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้ววววว สรุปว่าผู้ประกันตนจะได้เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหรือไม่!
'ธงทอง' อธิบาย 'มติมหาเถรสมาคม' แก้กฎพระเสพเมถุน-ต้องปาราชิกภายใน 10 วัน
นายธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากความประพฤตินอกพระวินัยของพระภิกษุจำนวนหนึ่งตามที่เป็นข่าวในขณะนี้
'หมอวรงค์' อ่านขาด เหตุ 'ทักษิณ' ลดพยานคดี ม.112 จาก14 เหลือ3 เชื่อมโยงคดี ชั้น14
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมคดี112ของทักษิณลดพยานจาก14เหลือ3 มีเนื้อหาดังนี้

