รัฐบาล เปิด LTR Visa ดึงดูดนักธุรกิจต่างชาติ ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน

รัฐบาลเชื่อมั่น ไทยเป็นฐานการลงทุนที่มีศักยภาพของภูมิภาค พร้อมสนับสนุน -ส่งเสริมการลงทุน เดินหน้าธุรกิจสำคัญ เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตอย่างยั่งยืน ดึงดูดนักธุรกิจต่างชาติด้วย LTR Visa

12 ก.ย.2565-นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยินดีที่ไทยยังคงเป็นที่เชื่อมั่นให้เป็นฐานการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนโดยเฉพาะต่างชาติ ยังคงความเชื่อมั่นประเทศไทย โดยในภาพรวมการลงทุนไทยยังขยายตัว เชื่อมั่นว่ายอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะถึง 5 แสนล้านบาทตลอดปี 2565 ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2565) มียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามาแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท หรือกว่า 784 โครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุน อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมกลุ่มเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง

นอกจากนี้รัฐบาลได้เปิดตัววีซ่าประเภทใหม่ Long-Term Resident Visa (LTR Visa) ซึ่งได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา เพื่อดึงดูดนักธุรกิจชาวต่างชาติกลุ่มใหม่ ทั้งกลุ่มที่มีศักยภาพสูง กลุ่ม Digital Nomad รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างชาติเพื่อให้เข้ามาตั้งฐานธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการลงทุนในประเทศที่ตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อมบนรากฐานการพัฒนาอย่างสมดุล และยั่งยืน โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่ม Bio-Circular-Green Economy (BCG Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ยืนยันรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

นายกฯ ยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ยังรับมือได้ สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิง ไว้แล้ว

‘โกลเบล็ก’จับตาราคาทองพุ่ง นักลงทุนแห่หาที่หลบภัยสงคราม

โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำหลังอิสราเอลและอิหร่านปะทะเดือดมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ หากความตึงเครียดยังยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเร่งหาที่หลบภัย แนะรออ่อนตัวหาจังหวะ ให้กรอบการแกว่งตัวของราคาทอง 5,250–5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ประธานสภาอุตฯ หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ทุบเศรษฐกิจไทยหนัก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า ในการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรี ที่มีเป็นประธานจะหารือเกี่ยวกับเรื่องการหามาตรการรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

‘กรุงไทย’คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8%

‘กรุงไทย’ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand