'จุรินทร์' เร่งเครื่องส่งออกสินค้า สั่งทูตพาณิชย์ปรับแผนรุก-ลึก เจาะตลาด

14 ก.ย.2565 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมสรุปแผนผลักดันการส่งออกเชิงรุกและเชิงลึก ครึ่งปีหลัง 2565 พร้อมด้วยนายกีรติ รัชโน รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนภาคเอกชน ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์ และผ่านระบบ VDO Conference กับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.)

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมทูตพาณิชย์จากทั่วโลก ซึ่งมีทั้งหมด 42 ประเทศ 58 สำนักงาน ร่วมกับภาคเอกชนและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อปรับแผนงานในการเพิ่มตัวเลขส่งออกไปทำรายได้ให้กับประเทศให้มากขึ้น แม้ว่าต้องเผชิญกับปัญหาเช่นเดียวกับหลายประเทศในโลก ทั้งสงครามการค้า โควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาจีนกับไต้หวันเพิ่มเติมขึ้นมา ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจของผู้ค้าของเราชะลอตัว บางประเทศมีแนวโน้มติดลบ รวมทั้งปัญหาการขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินและระบบการขนส่งสินค้าก็ตาม

สำหรับการทำรายได้ให้ประเทศในเรื่องการส่งออกยังเป็นไปด้วยดีปี ที่แล้วสามารถทำเงินให้กับประเทศถึง 8.5 ล้านล้านบาท เป็นบวกถึง 17.1% และปี 65 ตั้งเป้าจะทำเงินให้กับประเทศถึง 9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4% แต่ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ค.ทำเงินให้ประเทศแล้ว 5.774 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเกินเป้าที่ 4% เป็น 11.5% ตนได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์รวมทั้งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและภาคเอกชน รวมทั้งทูตพาณิชย์ของเราจากทั่วโลกปรับแผน เพื่อทำเงินให้ได้มากกว่านี้โดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง ได้มอบนโยบายจัดทำแผนทั้งเชิงรุกและเชิงลึก เพื่อทำรายได้จากการส่งออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งทูตพาณิชย์จากทุกประเทศ ได้จัดทำแผนร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและภาคเอกชน ทำแผนงานที่มีความชัดเจน จากเดิมกำหนดไว้กิจกรรมในปี 2565 ไว้ที่ 185 กิจกรรม เดินหน้าให้ได้ตัวเลขส่งออก 9 ล้านล้านบาท แผนใหม่ปรับเป็น 530 กิจกรรม มีกิจกรรมใหม่เพิ่มขึ้นอีก 345 กิจกรรม เพื่อทำตัวเลขครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นกว่าเป้าเดิมที่ทำไว้ ซึ่ง 345 กิจกรรม ทั้งกิจกรรมเชิงรุกและเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็น เร่งรัด Mini-FTA ส่งเสริมการค้าระบบออนไลน์ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การนำซอฟพาวเวอร์ใส่สินค้าและบริการของไทย การให้ความสำคัญกับ BCG การเร่งรัดการเดินหน้าตามนโยบาย รักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่และฟื้นตลาดเก่า โดยมีมาตรการรายละเอียดเพิ่มเติมชัดเจน ในการเจาะตลาดใหม่มีรูปแบบชัดเจนคือ การเจาะตลาดเมืองรอง จากที่เน้นการเจาะเมืองหลักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตลาดเมืองรองมีเป้าหมายชัดเจนจะเจาะทั้งหมดใน 36 ประเทศ 105 เมือง และเจาะตลาดสินค้าชนิดใหม่เพิ่มเติม เช่น ซาอุดีอาระเบียที่ตนนำคณะไปเจรจา จะเน้นสินค้าก่อสร้างและการให้บริการด้านการก่อสร้าง ซึ่งซาอุดีอาระเบีย มีนโยบายสร้างเมืองใหม่และตลาดเฟอร์นิเจอร์ ตลาดสินค้าฮาลาล

สำหรับตลาดจีนที่มณฑลกานซู่ มีมุสลิมจำนวนมาก หรืออาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นดาวเด่นในการส่งออกช่วงปีที่ผ่านมา จะมุ่งเน้นตลาดยุโรป เป็นต้น

มีการกำหนดเป้าหมายตัวเลขชัดเจน เฉพาะครึ่งปีหลัง นอกจากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้รวมทั้งปี 9 ล้านล้านบาท จะทำเงินให้ประเทศเพิ่มจากการส่งออกอีกไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะทำงานร่วมกับเอกชนภายใต้หลักคิด “รัฐหนุน เอกชนนำ”ต่อไป ร่วมกับทีมเซลล์แมนประเทศทั่วโลกดำเนินแผนงาน

“และภาคเอกชนได้ขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งวงคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเร่งรัดตัวเลขส่งออกและการแก้ปัญหาการส่งออก รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดอันหนึ่งคือ ในช่วงที่ผ่านมาเราได้ช่วยกันแก้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าระวางเรือมีราคาสูงมาก วันนี้เอกชนรายงานให้ทราบว่าสามารถร่วมมือกันแก้ปัญหาคอนเทนเนอร์ขาดแคลน เฉพาะ 6 เดือนแรกของปีนี้ ตู้คอนเทนเนอร์มีให้ใช้ส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง 12% และค่าระวางเรือปรับลดลงจาก 15,000 ถึง 20,000 เหรียญสหรัฐลดลงมาเหลือ 7000 ถึง 10,000 เหรียญสหรัฐ ลดลงมาประมาณ 50% ทำให้ตัวเลขส่งออกของเราคล่องตัวขึ้น และการเปิดโอกาสให้เรือใหญ่มาเทียบท่าที่แหลมฉบังได้ มีส่วนช่วยเสริมให้มีพื้นที่เหลือ ส่งออกได้มากขึ้น โดยความร่วมมือจากกรมเจ้าท่าออกประกาศให้เรือใหญ่เทียบท่าได้ตั้งแต่ 9 ก.พ.64 มีอายุ 2 ปี ซึ่งที่ประชุมจะขอความร่วมมือจากกรมเจ้าท่าต่ออายุไปอีก จะมีส่วนช่วยให้การส่งของเราคล่องตัวขึ้น จะมีพื้นที่เรือขนสินค้าไทยไปยังต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA

ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว

'กล้าธรรม' จี้พาณิชย์รับมือของแพง ชี้เงินเฟ้อพุ่ง-ชาวบ้านรับภาระหนัก

“พีรวัส สมวงศ์” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม เรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการคุมราคาสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังเงินเฟ้อไทยเร่งตัวต่อเนื่อง เตือนต้นทุนพลังงานกำลังส่งผ่านสู่สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญทุกวัน

'ฝ่ายค้าน' บี้ล่า 'นอมินี' หลังพาณิชย์เจอแหล่งใหญ่ห้วยขวาง 53 บริษัท ชี้เป้าลุย 'สมุย-กระบี่-ภูเก็ต' 

รองหน.พรรคปชป.ชี้กรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย

“ศุภจี”สั่งเชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. พัฒนาแดชบอร์ดสินค้าข้าว

“ศุภจี”สั่งการเดินหน้าพัฒนา Dashboard สินค้าข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง พาณิชย์-เกษตร-อว. ใช้ดาวเทียม ข้อมูลการผลิต และการตลาด ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยคาดการผลผลิตได้แบบเรียลไทม์ นำร่อง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายให้ครบทั้งประเทศ

ปชป. จี้พาณิชย์เร่งควบคุม 'ค่าจีพี' แพลตฟอร์มออนไลน์รีดกำไรผู้ค้าอ่วม

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในกรเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

ฉับไว! 'ศุภจี' เผยทุเรียนประสบภัยธรรมชาติ ขายหมดแล้ว ยันติดตามใกล้ชิดทั้งช่วยเหลือเยียวยาและหาตลาด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความห่วงใยไปถึงพี่น้องสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุเมื่อวานนี้นะคะ