นักวิชาการเตือน 'หมูเถื่อน' สารปนเปื้อนเพียบ

นักวิชาการเตือน ‘หมูเถื่อน’ อาจปนเปื้อนทั้งเชื้อดื้อยาและสารตกค้างที่มากกว่าสารเร่งเนื้อแดง

17 ต.ค. 2565 ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร. รุ่งทิพย์ ชวนชื่น หัวหน้าศูนย์ติดตามการดื้อยาของเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ โดยความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง สถานการณ์การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเข้าสู่ประเทศไทยที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี จนกระทั่งถึงปัจจุบันว่ากำลังส่งผลให้มีปริมาณหมูที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพที่รวมถึงเเบคทีเรียก่อโรค สารตกค้างหรือสารปนเปื้อนต่างๆ เข้ามากระจายสู่ผู้บริโภคชาวไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคไทย

“นอกเหนือจากอันตรายจากสารเร่งเนื้อแดงที่หลายประเทศต้นทางหมูเถื่อนอาจยังมีการอนุญาตให้ใช้ได้ ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล นับเป็นอีกปัจจัยอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้เนื่องจากประเทศ
ต้นทางหมูเถื่อน เช่น บางประเทศในแถบอเมริกาใต้ ยังคงมีการนำโคลิสตินซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะทางเลือกสุดท้ายสำหรับมนุษย์ มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อควบคุมและป้องกันโรค และอาจทำให้เชื้อดื้อยาโคลิสตินปะปนมาในเนื้อสัตว์ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องมาถึงผู้บริโภคได้” ศ.สพ.ญ.ดร.รุ่งทิพย์ กล่าว

เชื้อดื้อยาคือ แบคทีเรียที่สามารถต่อต้านยาปฏิชีวนะ ทำให้การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเหล่านี้ไม่ได้ผลดีดังเดิม อาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงขึ้น หรือผู้ป่วยอาจเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น แม้สาเหตุหลักประการหนึ่งของเชื้อดื้อยาจะมาจากพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะของผู้ป่วยเอง เช่น การซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง หรือการกินยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง แต่ผู้บริโภคอาจได้รับเชื้อดื้อยาจากการบริโภคเนื้อสัตว์ได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกบริโภคเนื้อหมูที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างถูกต้อง จะลดโอกาสติดเชื้อดื้อยาและป้องกันการสะสมสารตกค้างในร่างกายได้อีกด้วย

ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญกับกระบวนการเลี้ยงสัตว์ภายใต้ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่การจัดการตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) และการเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อให้สัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภคมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดี ปลอดภัย รวมถึงสิ่งแวดล้อมปลอดภัยด้วย ดังเช่น ผู้ผลิตอาหารของไทยที่ได้มาตรฐานและคำนึงถึงการลดปัญหาเชื้อดื้อยาทั้งในคนและในสัตว์ จะยกเลิกรายการยารักษาสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มยาต้านจุลชีพที่ใช้ได้ทั้งในคนและในสัตว์ (share-class antimicrobials) โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวนะที่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่ใช้รักษาโรคในคน เช่น โคลิสติน ออกจากระบบ และหันไปมุ่งเน้นวิธี “ป้องกันโรค” ให้สัตว์เลี้ยงในฟาร์มแทน ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยาได้ทั้งในสัตว์และในคนไปพร้อมกัน

“กระบวนการเลี้ยงสุกรของไทย มีขั้นตอนการตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษที่สำคัญและสารตกค้าง ทั้งที่ฟาร์ม โรงชำแหละ จนถึง ณ จุดขาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคที่จะได้บริโภคเนื้อหมูที่ปลอดภัย ดังนั้น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงหมูเถื่อนที่ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยปราศจากการตรวจโรคหรือสารตกค้างใดๆ ควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือพิจารณาง่ายๆ จากจุดจำหน่ายที่มีสัญลักษณ์ ปศุสัตว์ OK รวมถึงการสังเกตว่าเนื้อหมูนั้นต้องไม่มีราคาถูกผิดปกติ ซึ่งจะมีความเป็นไปได้ว่าเป็นผลผลิตที่มาจากหมูเถื่อน” ศ.สพ.ญ.ดร.รุ่งทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย./

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พชภ. หวั่นสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก รุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ

มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 18 คน ลงพื้นที่หมู่บ้านแควัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญสถาน

ชุมชนริมกก โอดสูญเสียพื้นที่ทำกิน เศรษฐกิจชุมชนพังพินาศ จากเหตุสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำ

ชุมชนริมกกโอดสูญเสียพื้นที่ทำกิน เศรษฐกิจชุมชนพังพินาศ ขาดแคลนน้ำสะอาด หนี้สินท่วมท้นจากเหตุสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่น้ำ ชาวบ้านต้องยอมกินปลาในแม่น้ำพิษ

นักวิชาการแนะนายกฯ ตั้งคณะทำงานรับมือ MOUแร่แรร์เอิร์ธ

'นักวิชาการสิ่งแวดล้อม' แนะนายกฯ ตั้งคณะทำงานศึกษา-รับมือ เอ็มโอยูสหรัฐรุกไทยแร่หายาก ค้านตั้งเหมือง เต็มที่แค่ตั้งโรงงานสกัด เหตุเสี่ยงเจอมลพิษ สารปนเปื้อน กัมมันตภาพรังสี

ผงะ! ตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวิน เกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า คาดมาจากเหมืองแร่ต้นแม่น้ำ

ตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า นักวิจัย มช.คาดมาจากเหมืองแร่ต้นแม่น้ำ-แนะทางการเร่งตรวจซ้ำ-แจ้งเตือนประชาชน

“รองนายกฯ สุชาติ” ลุยเชียงใหม่–เชียงราย เปิดรับฟังข้อเสนอภาคประชาชน เร่งแก้ปัญหาสารปนเปื้อน “แม่น้ำกก” ให้เกิดผลเชิงรูปธรรมโดยเร็ว

วันนี้ (9 ตุลาคม 2568) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงฯ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่

สถานทูตจีน ยันพร้อมร่วมมือ ‘ไทย-เมียนมา’ แก้ปัญหาโลหะปนเปื้อนแม่น้ำสาขาแม่น้ำโขง

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แจงปริมาณโลหะหนักของแม่น้ำกก แม่น้ำสายและแม่น้ำอื่นๆ ในประเทศไทยได้เกินมาตรฐาน