นักวิชาการแนะนายกฯ ตั้งคณะทำงานรับมือ MOUแร่แรร์เอิร์ธ

‘นักวิชาการสิ่งแวดล้อม’ แนะนายกฯ ตั้งคณะทำงานศึกษา-รับมือ เอ็มโอยูสหรัฐรุกไทยแร่หายาก ค้านตั้งเหมือง เต็มที่แค่ตั้งโรงงานสกัด เหตุเสี่ยงเจอมลพิษ สารปนเปื้อน กัมมันตภาพรังสี

3 พ.ย. 2568 – ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงผลต่อเนื่องหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปลงนามเอ็มโอยูกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในเรื่องแร่หากยาก หรือเอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญว่า เอ็มโอยูดังกล่าวเซ็นในนามรัฐบาล เมื่อไปเซ็นแบบนี้ เดินหน้าไปแล้ว จะไปยกเลิกไม่ได้ ประเทศไทยต้องหาเกราะป้องกันตัว หาวิธีการ เช่น หากสหรัฐจะเข้ามาทำ ไทยต้องบอกเขาว่า อย่างน้อยต้องมีการห้ามทำในจุดใด อาทิ พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ (พื้นที่ต้นน้ำลำธารที่ยังคงมีสภาพป่าสมบูรณ์) พื้นที่ใกล้ชุมชน พื้นที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว พื้นที่เหล่านี้ห้ามทำเกี่ยวกับแร่หายาก และหากจะมีการตั้งโรงงานสกัดแร่ ซึ่งตอนนี้ในไทยมีอยู่ แต่ต้องตรวจโรงงานให้ดีว่าแร่มาจากไหน ทำแล้วมีผลกระทบอย่างไร ต้องมีการคุมเข้ม
        
เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่หากจะให้มีการทำเหมืองขุดแร่ในประเทศไทย ดร.สนธิ กล่าวว่า ไม่อยากให้ขุด อาจแค่ตั้งโรงงานสกัด แล้วก็ไปคุมโรงงานให้ไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม มีการวางระบบให้ดี ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ต้องมีมาตราการต่างๆ ชัดเจน เช่น หางแร่ -กากอุตสาหกรรมที่มีกัมมันตภาพรังสี จะทำอย่างไรต้องมาว่ากัน แต่หากจะให้มีการขุด ก็ลำบาก

“ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ หากถึงวันนั้น ผมว่ารัฐบาลต้องมีเกราะป้องกันตัว คือออกกฎหมาย ดูว่าตรงไหนจะให้เป็นพื้นที่คุ้มครอง เช่นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นหนึ่งเอ พื้นที่ภูเขา แหล่งท่องเที่ยวห้ามทำ เขียนออกมาให้ชัด ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมก็ได้ว่าพื้นที่ตรงไหนห้ามทำ เอาให้ชัด เพราะหากจะทำเหมืองแร่ มันต้องใช้พื้นที่เยอะ สารเคมีเยอะ และมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นต้องมีมาตรการที่เป็นเกราะป้องกันไว้ก่อน เพราะต้องใช้พื้นที่เป็นพันไร่ ก็เหมือนกับตอนทำเหมืองทองฯ ที่จังหวัดพิจิตร เราต้องเตรียมพร้อม รัฐบาลต้องบอกประชาชน ทำให้ประชาชนรู้ว่าแร่แรร์เอิร์ธ คืออะไร ทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจว่าจะมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร และพื้นที่ตรงส่วนไหนต้องป้องกัน ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน เขียนให้ชัดว่าพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมเช่นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอห้ามทำ ก็บอกให้ชัด” ดร.สนธิ ระบุ

ส่วนในอนาคต คิดว่าจะมีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ในประเทศไทยหรือไม่นั้น นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า หากสหรัฐมีการสำรวจในไทยแล้วพบว่ามีน้อย เขาคงไม่ลงทุน เพราะจากข้อมูลที่ออกมาว่า ประเทศไทยมีแร่หายากเป็นอันดับสิบสองของโลก คือมีอยู่ประมาณ 4500  เมตริกตัน ยังถือว่าน้อย และเป็นตัวเลขที่มีการประเมินคร่าวๆ แต่แม้จะน้อยแต่ว่าแพง ซึ่งหนึ่งตัน มีข้อมูลว่าทำให้เกิดมลพิษ ประมาณสองพันตัน ที่ก็คือหากผลิตแร่แรร์เอิร์ธ มาหนึ่งตัน มันจะมีการปล่อยน้ำเสีย ปล่อยมลพิษทางอากาศ กากอุตสาหกรรมทั้งหมดประมาณสองพันตันต่อแร่หนึ่งตัน ซึ่งหนึ่งตันดังกล่าวคือแร่หนึ่งก้อนที่นำมาสกัด ไม่ใช่แรร์เอิร์ธ
         
“ผมก็ให้กำลังใจรัฐบาล ไม่ได้คัดค้าน รัฐบาลก็เซ็นสัญญาไปแล้ว ก็เข้าใจรัฐบาลว่าโดนบีบ ก็ต้องเซ็น เพื่อแลกกับเรื่องภาษี เรื่องอะไรทั้งหลาย แต่เมื่อทำแล้วต้องมาคุยกับประชาชน ให้ประชาชนเข้าใจ ทำอะไรต้องฟังเสียงประชาชนด้วย และตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาดูว่าหากสหรัฐเข้ามาจริงๆ แล้วเราจะมีเกราะป้องกันอย่างไร จะมีมาตรฐานอย่างไรในการให้เข้ามาทำเรื่องนี้  เพราะเป็นเรื่องใหญ่ คือผมเห็นใจรัฐบาล แต่ติดใจนิดเดียวคือไม่บอกกัน เพราะมาเลเซียเขาบอกกับประชาชน เขาออกข่าวก่อนว่าจะไปเซ็นกับประธานาธิบดีสหรัฐ เรื่องนี้ มาเลเซียเขาบอกหมด พอไม่บอกคนก็หงุดหงิด เพราะเป็นประเทศประชาธิปไตยต้องเปิดเผยโปร่งใส แต่คำว่าขายชาติ คงไม่ใช่อย่างนั้น อย่าไปว่าอย่างนั้นเลย” ดร.สนธิ กล่าว

นอกจากนี้ ดร.สนธิ ยังให้ข้อมูลอีกว่า แร่แรร์เอิร์ธสำหรับประเทศไทย สหรัฐอเมริกาส่องมาแล้วประเทศไทยมีแร่หายากนี้เป็นอันดับสิบสองของโลก คือมีอยู่ประมาณ 4500  เมตริกตัน ซึ่งหากขายทำกำไร จะได้เงินสี่พันสี่ร้อยล้านล้านบาท ที่ผ่านมา ไทยไม่ได้ทำเหมืองแต่ไปรับของเขามา คือนำเข้ามาแล้วนำมาสกัดเอามาทำให้บริสุทธิ์ทำให้เข้มข้น ซึ่งก็มีโรงงานอยู่ที่นครราชสีมาเป็นลักษณะรับจ้างผลิต คือบริษัทนำเข้ามา ซึ่งก่อนหน้านี้ แทบไม่มีใครรู้ว่าบ้านเรารับจ้างผลิต โดยเข้ามาลงทุนแล้วประเทศไทยก็ให้บีโอไอ
           
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าตอนนี้ใครคุมแรร์เอิร์ธก็เหมือนกับคุมโลกได้เลย นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตอบว่า ใช่ เพราะว่าราคาแพงและเป็นอาวุธในศตวรรษที่ 21 เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งหมด ทางสหรัฐเองก็ไปทำเอ็มโอยูเรื่องแรร์เอิร์ธกับหลายประเทศทั่วโลก มีการแสวงหาเพื่อเอาแร่แรร์เอิร์ธไปใช้ประโยชน์ แต่ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตุก็คือ ทำไมสหรัฐไม่ขุดทำของตัวเองทั้งที่สหรัฐเองก็มีแรร์เอิร์ธอยู่มาก ทำไมต้องไปซื้อที่อื่น คำตอบก็คือ มันทำลายทรัพยากรธรรมชาติเยอะ มันแพง มันใช้พลังงานเยอะ ใช้น้ำเยอะ แล้วอเมริกาเขาประชาธิปไตย ชนเผ่าพื้นเมืองเขาไม่ยอม ประชาชนในพื้นที่เขาไม่ยอมเลยไปตั้งโรงงานสกัดแรร์เอิร์ธที่อื่น
 
ดร.สนธิ ย้ำว่า เราก็เข้าใจรัฐบาลได้ แต่ว่าสุดท้าย แม้จะเซ็นไปแล้ว แต่ถึงวันนี้ต้องกลับมาคุยกันแล้วว่าเราจะตั้งรับกันอย่างไร คิดว่ากรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่และกรมทรัพยากรธรณี ควรต้องมีอะไรเป็นเกราะป้องกันไว้ก่อน ต้องมี minimum requirements ในการที่จะบอกว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสังคมชุมชน เพราะหากเราไม่มีอะไรเลยแล้วไปรับเขาหมด มันไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าเขาจะหมกเม็ดอะไร ต้องมีเกราะป้องกันตัว เช่น หากคุณเข้ามา ต้องทำตามกฎหมายอะไรต่างๆ มีกี่ข้อว่าไป และต้องมีระบบอะไรบ้าง แต่เรายังไม่มีความรู้ ช่วงนี้เราต้องหาความรู้โดยมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา มีวาระอะไรขึ้นมา ไปหาข้อมูลมา และสิ่งสำคัญคือต้องบอกประชาชน ต้องให้ประชาชนรู้ว่า แรร์เอิร์ธ คืออะไร และมันจะมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม อย่าไปปกปิด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ 'แบตเตอรี่ลิเธียม' ประโยชน์มหาศาล แต่มีโทษอนันต์ใช้งานระวัง

เหตุไฟไหม้รถบรรทุกที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียม สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ช่วงกิโลเมตรที่ 40 ดับไฟยาก ไหม้จนมอดทั้งคัน ก๊าซพิษฟุ้ง

อันตราย! นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ไมโครพลาสติก 80% มาจากกำจัดขยะแบบเทกองกลางแจ้ง

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ไมโครพลาสติก อันตรายมากกว่าที่คิด ร้อยละ80 มาจากกำจัดขยะแบบเทกองกลางแจ้ง

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”