ทอท. ปักหมุดพ.ย.นี้ เสนอผลศึกษา 3 สนามบินให้คมนาคมพิจารณา

ทอท. ชงผลศึกษาเพิ่มเติมบริหาร 3 สนามบิน ทย. “อุดรฯ-บุรีรัมย์-กระบี่” ให้คมนาคม พ.ย.นี้ ก่อนเข้าครม.เสนอ. เคาะอีกรอบ คาดเข้าบริหารเต็มตัวกลางปี 66

17 พ.ย. 2565 -นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทอท. อยู่ระหว่างศึกษาเพิ่มเติมตามข้อคิดเห็นของกระทรวงการคลัง อาทิ การอุดหนุนรายได้ให้กรมท่าอากาศยาน(ทย.) ความคุ้มค่า และฐานะทางการเงิน ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่เห็นชอบในหลักการให้ ทอท. เข้าไปเป็นผู้รับผิดชอบดูแล และบริหารจัดการท่าอากาศยานแทน ทย. จากเดิม 4 เป็น 3 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี, ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ และท่าอากาศยานกระบี่ พร้อมทั้งให้นำความคิดเห็นของหน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการ ทั้งนี้คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จ และเสนอกระทรวงคมนาคมภายในเดือน พ.ย.65 ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุม ครม. ต่อไป

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า หาก ครม. เห็นชอบเรื่องดังกล่าว ทางสำนักงานคณะกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ต้องดำเนินการออกใบรับรองสนามบินสาธารณะให้กับ 3 สนามบินให้แล้วเสร็จ จากนั้นในระยะแรก ทอท. จะเข้าไปบริหารจัดการ 3 สนามบินคู่ขนานกับ ทย. โดยระหว่างนั้นต้องดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) และสังหาริมทรัพย์ (ครุภัณฑ์) ให้แล้วเสร็จ รวมถึงเรื่องบุคลากร ซึ่งจะไม่ใช่การโอนบุคลากร ทย. มา ทอท. โดยบุคลากรของ ทย. ที่จะมาอยู่ ทอท. ต้องลาออกก่อน และ ทอท. จะให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก ซึ่งจะมีเกณฑ์การพิจารณา อาทิ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน

“เมื่อดำเนินการทุกเรื่องตามขั้นตอนกฎหมายที่ถูกต้องแล้ว คาดว่าประมาณกลางปี 66 ทอท. จะสามารถเข้าไปบริหารจัดการทั้ง 3 สนามบินแบบเต็มตัวได้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามในส่วนของรายได้ที่ ทอท. จะชดเชยให้ ทย. หลังจาก ทอท.เข้าบริหาร 3 สนามบินนั้น โดยหลักการ ทย. ต้องมีเงินเข้ากองทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยานเท่าเดิมกับเมื่อครั้งที่ ทย. บริหารจัดการ 3 ท่าอากาศยานดังกล่าวอยู่ เพื่อนำไปใช้บริหารจัดการท่าอากาศยานของ ทย. ทั้ง 26 แห่งที่เหลือต่อไป ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ทอท. สามารถดำเนินการชดเชยเงินเข้ากองทุนฯ ให้ ทย. ได้หรือไม่ อย่างไร”นายนิตินัย กล่าว

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ทอท. ได้กำหนดแผนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 3 แห่ง โดยยังคงกรอบวงเงินลงทุนเดิมเบื้องต้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร รวมทั้งติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ไอเคโอ) อย่างไรก็ตามระยะแรก ทอท. ไม่ได้คาดหวังว่าจะเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร หรือปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร แต่จะดำเนินการให้สนามบิน โดยเฉพาะสนามบินอุดรธานี และบุรีรัมย์ เป็นศูนย์กลางการบิน(ฮับ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถรองรับการบินตรงเส้นทางบินระหว่างประเทศให้ได้ก่อน เพื่อดึงผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เดิมต้องมาเปลี่ยนเที่ยวบินภายในประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สามารถมาลงที่ท่าอากาศยานอุดรธานี และบุรีรัมย์ได้เลย

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานภูเก็ต แห่งที่ 2 หรือสนามบินพังงา และท่าอากาศยานเชียงใหม่ แห่งที่ 2 หรือสนามบินลำพูนนั้น ก่อนหน้านี้ ทอท. ได้ทำการศึกษาแล้ว แต่เนื่องจากมีข้อสังเกตว่าควรว่าจ้างหน่วยงานกลางมาทำหน้าที่ศึกษาเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งในขณะนั้น ทอท. ได้เตรียมว่าจ้างศึกษา แต่เนื่องจากมีนโยบายเรื่องการให้ ทอท. บริหาร 3 สนามบิน ทย. ทางกระทรวงคมนาคมจึงให้รอผลการเข้าบริหาร 3 สนามบินของ ทย.ก่อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจุบันการเดินทางของผู้โดยสารยังไม่กลับมาปกติเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 จึงทำให้ขณะนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานภูเก็ต ยังสามารถรองรับปริมาณการเดินทางเข้า-ออกของผู้โดยสารได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AOT รับรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2026

นางสาวนภา ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เป็นผู้แทน AOT รับมอบรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2026 ในกลุ่มขนส่งเดินทาง (Transportation & Logistics) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ (1) รางวัล Best CEO (2) รางวัล Outstanding CFO และ (3) รางวัล Best IR จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท

ทอท.เดินหน้าปั้น 6 สนามบินไทยสู่มาตรฐานโลก

ทอท.ร่วมเวที Passenger Terminal Expo Asia 2026 สิงคโปร์ แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี–แนวคิดพัฒนาสนามบินแห่งอนาคต พร้อมนำองค์ความรู้และมาตรฐานสากลยกระดับ 6 ท่าอากาศยาน เสริมศักยภาพบริการและขีดความสามารถการแข่งขันไทย สู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

’พิพัฒน์’ลุยเคลียร์วิกฤตสุวรรณภูมิมั่นใจ2 ต.ค.นี้จบ

‘คมนาคม’สั่ง ’การบินไทย’เปิดให้บริการคาร์โก้สุวรรณภูมิตามปกติ ประสาน ทอท.จัดเตรียมพื้นที่รองรับสินค้าที่ล้นคลัง พร้อมขอกำลังเสริมจากกองทัพเข้าช่วยเหลือแรงงานและเครื่องจักรขนส่งสินค้า มั่นใจแก้ปัญหาจบภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ขณะที่ ‘ดีดีการบินไทย‘ยันไม่เกิน 7 วันนับจากนี้ จะกลับมาทำการบิน 115 ไฟล์ตต่อวันตามปกติ

ทอท.คุมเข้มสนามบิน ใช้ K-9 ตรวจสัมภาระสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ

ทอท. จับมือกับหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือ ใช้เครื่องเอกซเรย์ควบคู่สุนัขตำรวจ K-9 สกัดการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล.