นายกฯ หนุน 'รัฐ-เอกชน' สร้างเครือข่ายธุรกิจ 'ไทย-ญี่ปุ่น' ต่อยอดการค้าการลงทุน

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ผลักดันความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ต่อยอดการค้าการลงทุนทั้งในระดับท้องถิ่นถึงนิคมอุตสาหกรรม

01 ก.พ.2566 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ภายหลังกระทรวงอุตสาหกรรมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนบูรณาการการทำงานร่วมกัน ผลักดันความร่วมมือด้วยการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจทั้งในระดับท้องถิ่นไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมเพื่อต่อยอดการค้าการลงทุนให้ไทยเป็นฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอนาคต

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น จังหวัดอิชิกาวะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล อุตสาหกรรมเส้นใยและสิ่งทอ อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร และอุตสาหกรรมเกษตร และถือเป็นรัฐบาลท้องถิ่นแห่งที่ 23 ที่ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นตัวแทนหลักในการประสานความร่วมมือในลักษณะพื้นที่ต่อพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคู่ค้า รวมทั้งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม (Cluster) ภายใต้แนวคิด OTAGAI หรือ โอ-ทา-ไก ที่แปลว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันการประชุมเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม (OTAGAI Forum) ครั้งที่ 22 ที่เมืองนานาโอะในจังหวัดอิชิกาวะ ช่วงต้นเดือน ก.พ.2566 นี้ เพื่อผลักดันความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรม Carbon-fiber-reinforced polymers จากการประยุกต์ใช้เส้นใยกัญชง เป็นความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรม BCG และความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร ตลอดจนกระทรวงอุตสาหกรรมได้เชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยจำนวนกว่า 6,000 กิจการ

“นายกฯ เน้นย้ำการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยการส่งเสริมความร่วมมือ และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับความต้องการเริ่มตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง รวมทั้งเป็นส่วนสนับสนุนให้มีความหลากหลายในทุกประเภทธุรกิจอุตสาหกรรม ตลอดจนสามารถขยายความร่วมมือไปยังมิติอื่น ๆ ทำให้สินค้ามีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งความร่วมมือจะเป็นโอกาสสนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมของไทยที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย” นายอนุชากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ว่าที่นายกรัฐมนตรี’ ในมุมมองนักเขียนรางวัลซีไรต์

ประเทศไทยมีนักการเมืองที่ดีหลายคน​ แต่ความดีในสนามเลือกตั้งนั้นใช้ได้ไม่มากนัก​ มันสู้กระแส​ กระสุน​ กระสันไม่ได้​ จึงต้องอาศัยโชคช่วย

เลือกตั้งยุคย้ายขั้ว-สลับข้างชิงจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า 14 พฤษภา.ประชาชนคือผู้ตัดสิน

ภายหลังมีการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย กกต.กำหนดวันเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.2566