
กรมสรรพสามิตเตือนภัยผู้ประกอบการและประชาชนอย่าหลงเชื่อ “มิจฉาชีพ” แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกลวงหรือรีดไถเงิน แนะตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้ง
16 ก.พ. 2566 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า “ขณะนี้ได้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี” หรือ “มิจฉาชีพ” หลอกหลวงประชาชนในหลากหลายรูปแบบเพิ่มเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี จึงได้มอบนโนบายให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ช่วยกันเฝ้าระวังและให้ข้อมูลกับ พี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
หากผู้ประกอบการหรือประชาชนได้รับการแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดีหรือมิจฉาชีพว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุมตรวจค้นในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงตัวโดยต้องแต่งเครื่องแบบกรมสรรพสามิต พร้อมแสดงบัตรข้าราชการในขณะปฏิบัติหน้าที่ และดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบการตรวจค้นทุกประการ และ เมื่อจับกุมแล้วต้องทำบันทึกจับกุม สำหรับประเด็นการเปรียบเทียบปรับ ตามระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. 2560 หมวด 2 ข้อ 8 วรรค 2 ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องเปรียบเทียบคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด สามารถไปดำเนินการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติของสำนักงานได้โดยใช้สถานที่ของหน่วยงานราชการอื่นแทน
ในกรณีการหลอกลวงทางโทรศัพท์ ให้ Add line หรือผ่านทางช่องทางออนไลน์ใด ๆ ตามที่ แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตนั้น ขอให้ผู้ประกอบการและประชาชนโปรดระมัดระวัง โดยสามารถตรวจสอบกลับมาที่สำนักงานสรรพสามิตภาค หรือพื้นที่ หรือกรมสรรพสามิต เพื่อความปลอดภัย
สำหรับการชำระภาษีสรรพสามิต เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียภาษี และลดค่าใช้จ่ายด้านงานเอกสาร ผู้เสียภาษีสามารถเลือกชำระภาษีสรรพสามิตได้หลายรูปแบบ อาทิ การชำระเงินด้วยบัตรเดบิต เครดิต Bill Payment QR Code Internet Banking ชำระเงินผ่าน e-Money และ Smart phone กรมสรรพสามิตขอแนะนำว่าก่อนการโอนเงินหรือทำธุรกรรมการเงินทุกครั้ง ขอให้ทุกท่านตรวจสอบให้แน่ใจ เพื่อไม่ให้เป็นช่องทางของมิจฉาชีพในการรีดไถ รวมถึงการเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้เผื่อกรณีที่อาจเกิดปัญหาตามมา
กรมสรรพสามิตมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ จึงอยากให้ทำการตรวจสอบ ให้แน่ชัดก่อนชำระภาษีสรรพสามิตหรือเสียค่าปรับทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีและมิจฉาชีพ โดยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 หรืออีเมล [email protected]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มิจฉาชีพ…ใครว่ารู้ทัน!
มีซองหนึ่งวางอยู่กับผมมาหลายวันแล้วครับ ตั้งใจว่าจะหยิบมาคุยหลายครั้ง แต่มีเรื่องนั้นเรื่องนี้แทรกเข้ามาเสียก่อน
‘เอกนิติ’ชูแผนฯ14เข็มทิศประเทศเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูพรมโตยั่งยืน
‘เอกนิติ’ ชูแผนฯ 14 เข็มทิศประเทศ ล็อกเป้าหมายชัดเจนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรม กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก-เอสเอ็มอี ปูพรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
'อนุทิน' หารือ 'เอกนิติ-เสธ.ทบ.-ชัชชาติ' ก่อนลุยพื้นที่น้ำท่วมรอบ 2
นายกฯ เรียก 'เอกนิติ-เสธ.ทบ.-ชัชชาติ' หารือสถานการณ์น้ำท่วม ขอใช้รถทหารช่วยขนส่งประชาชน-เครื่องอุปโภคบริโภค ในจุดน้ำท่วมสูง
'ศุภจี' คุย 'เอกนิติ' ของบ 300 ล้าน ลุย 'ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ' เฟส 2
'ศุภจี' ประสานกลาโหม ใช้รถทหารขนส่งสินค้าพื้นที่น้ำท่วม หารือ 'เอกนิติ' กันงบกลาง 300 ล้าน 'ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ' เฟส 2 ช่วยประชาชน
ตำรวจเตือนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสลักทรัพย์ช่วงน้ำท่วม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนมิจฉาชีพฉวยโอกาสลักทรัพย์ช่วงน้ำท่วม ซ้ำเติมผู้ประสบภัย โทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี
'เอกนิติ' ชี้เจ้าภาพ IMF-World Bank เปิดประตูสินค้าไทย ท่องเที่ยว ลงทุน พาไทยกลับเวทีโลก เตรียม Royal Pavilion 13 ต.ค. เชิดชูพระอัจฉริยภาพ ร.9 เผยแพร่แนวพระราชดำริสู่ผู้นำการเงินโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 เฟส 2 ว่า จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของคนไทยเป็นระลอก ตั้งแต่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าแพงขึ้น ก่อนกระทบกำลังซื้อเมื่อรายได้เพิ่มไม่ทันค่าใช้จ่าย รัฐบาลจึงออกแบบมาตรการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมประคองพ่อค้าแม่ค้ารายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง

