
กนอ.รับลูก ครม. ตะลุยหาพื้นที่พัฒนานิคม BCG รวม 2.4 พันไร่ ลงทุน 6 พันล้าน นำร่องลำพูน ระยอง ดึงลงทุนสร้างเศรษฐกิจใหม่ คาดไตรมาส 3 จัดหาพื้นที่เสร็จ
6 มี.ค. 2566 – นางนิภา รุกขมธุร์ รักษาการรองผู้ว่าการ ยุทธศาสตร์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.อยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบีซีจี (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว) ตามมติครม. 2 พื้นที่ในจ.ลำพูน และจ.ระยอง รวมพื้นที่ประมาณ 2,400 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท คาดว่า จะจัดหาพื้นที่ได้ประมาณ ไตรมาส 3 ปีนี้ แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม ในจ.ลำพูน 1,000 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,100 ล้านบาท เน้นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ส่วนจ.ระยอง พื้นที่ประมาณ 1,400 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท เน้นอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ การบิน โลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และเคมีชีวภาพ
“ตอนนี้กนอ.อยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่ที่จะตั้งนิคมอุตสาหกรรมบีซีจีใหม่ 2 แห่ง เป็นนิคมฯ ที่กนอ.จัดตั้งเอง ที่ภาคเหนือ เราจะเริ่มดูในจังหวัดลำพูนก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าไม่มีจริงๆ ถึงจะไปหาในพื้นที่อื่นในแถบระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง หากหาพื้นที่ได้แล้ว โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาจัดตั้งนิคมฯแล้วเสร็จภายใน 2 ปี หรือประมาณปี 69 เชื่อว่า จะได้รับการสนใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น ที่ชื่นชอบลำพูน เพราะอากาศใกล้เคียงกับประเทศเขา และต่อไปกนอ.จะเน้นพัฒนานิคมฯ เป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เพื่อดึงดูดการลงทุนที่เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”นางนิภา กล่าว
อย่างไรก็ตามนิคมอุตสาหกรรมของไทย มีจุดเด่น ที่สามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้ เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่มีความพร้อม ทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ไฟฟ้า การดูแลสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสีย กากอุตสาหกรรม อย่างประเทศเวียดนาม ที่ปัจจุบันมองว่า เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย ส่วนใหญ่จะเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่ไทย จะเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมใหม่ๆ มากขึ้น
ส่วนการลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน มีพื้นที่ 1,788 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างรวม 358 ล้านบาท เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 28 ปัจจุบันมีผู้ประกอบการพัฒนาพื้นที่เต็ม 100% มีนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาไทย สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลี สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ฝรั่งเศส และอินเดีย มีอุตสาหกรรมดาวเด่น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันกำลังมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรม อีโค – เวิล์ด คลาส หรือมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับโลก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
นอกจากนี้นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ยังพัฒนาระบบการจัดการขยะอุตสาหกรรม ใช้วิธีการติดตามการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมอันตรายแบบเรียล ไทน์ ติดระบบอาร์เอฟไอดี แทค และระบบจีพีเอส บนรถบรรทุกขนของเสียอันตราย เพื่อนำไปยังโรงกำจัดขยะของเสียอันตราย ระหว่างเส้นทางเดินรถ ระบบจะติดตามการเคลื่อนย้ายขยะอุตสาหกรรม หรือกากอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกนอ.ตั้งเป้าให้มีการขยายผลระบบติดตามการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมอันตรายในลักษณะดังกล่าวให้ครบใน 14 นิคมอุตสาหกรรม ภายในปี 66
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บีโอไอไฟเขียว’ออโต้อัลลายแอนซ์’ ลงทุน 7 พันล้านบาท ดันไทยฐานผลิต Mazda MHEV
บีโอไออนุมัติ ‘ออโต้อัลลายแอนซ์’ ลงทุนกว่า 7,400 ล้านบาท ปรับปรุงโรงงานรองรับการผลิต Mazda MHEV เพื่อขายในประเทศและส่งออกไปยังญี่ปุ่น รวมถึงอาเซียน ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก
หนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงานพร้อมลุยขยายช่องทางการตลาด
พลังงานดันเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด ลงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ และกล้วยม้วน สองสินค้าชุมชนต้นแบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน พร้อมดึงเข้าร่วมแคมเปญ "กินพี่ แล้วหมีหนาว" เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าขยายช่องทางการตลาด
สั่ง กนอ. เคลียร์ปมเยียวยากลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง จ่อเคาะผลสรุปเดือนหน้า
'วราวุธ' กำชับ กนอ. เคลียร์ปมเยียวยากลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง พร้อมให้รายงานทุก 2 สัปดาห์ ย้ำให้มีการจับมือเจรจาหาข้อสรุป พร้อมดึงคนกลางร่วมตัดสิน ในกรณีที่ผลการเจรจายังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้าน 'สุเมธ' รับลูกเร่งตรวจสิทธิเคาะผลสรุปเดือนหน้า
'ระยอง'ควง'ชลบุรี' ลุยรอบประเทศ'โค้กคัพ' โซนภาคตะวันออก
ศึกฟุตบอลถ้วยเยาวชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย Coke® Cup U17 Thailand Football Championship 2026 รอบภูมิภาค เดินหน้าแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เป็นวันที่ 5 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ ที่มีตั๋วไปเล่นรอบชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นเดิมพัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เข้มข้นสุดๆ ภายใต้การจับมือกันระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบด้วย บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
'ศรีสะเกษ-ขอนแก่น-อยุธยา-ระยอง' เสนอตัวชิงเจ้าภาพ 'คิงส์คัพ'ครั้ง52
ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีแผนในการนำ "ทีมชาติไทย ชุดใหญ่" ออกไปจัดแข่งขันในจังหวัดต่างๆ เพื่อเป้าหมายในการนำกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งสู่เมืองต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างความภาคภูมิใจในการจัดกิจกรรมที่แต่ละจังหวัดจัดขึ้นมา

