พลังงานดันเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด ลงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ และกล้วยม้วน สองสินค้าชุมชนต้นแบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน พร้อมดึงเข้าร่วมแคมเปญ "กินพี่ แล้วหมีหนาว" เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าขยายช่องทางการตลาด
28 มิ.ย. 2569 - นายไพรัช เพชรล้ำ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน พร้อมด้วย นางสาวกชกร ศรีศักดิ์ขวา นักวิชาการพลังงานชำนาญการ สำนักงานพลังงานจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและสร้างความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้กับชุมชน
ซึ่งครั้งนี้ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ จากวิสาหกิจชุมชนเกาะกก และผลิตภัณฑ์กล้วยม้วน จากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหนองกระบอก จังหวัดระยอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองมีความโดดเด่นจนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐาน "ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน"ของกระทรวงพลังงาน และพร้อมจะไปต่อในฐานะสินค้ารักษ์โลก ต่อไป
สำหรับผลิตภัณฑ์แรก คือ กล้วยม้วน จากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหนองกระบอก การันตีคุณภาพด้วยเครื่องหมายมาตรฐาน OTOP GMP และ อย. ความโดดเด่นของกลุ่มนี้คือได้รับการสนับสนุนตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับตากผลิตภัณฑ์ และใช้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับห้องทำความเย็น
ทำให้การใช้พลังงาน (SEC) ต่ำเพียง 0.71 เมกะจูลต่อกิโลกรัม ซึ่งประหยัดพลังงานกว่าผลิตภัณฑ์ตากแห้งแบบทั่วไปถึง 88% และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 0.05 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อกิโลกรัม หรือเทียบได้ว่า 1 ห่อ จะปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันถึง 59% สำหรับการจัดการของเสีย ปัจจุบันกล้วยม้วนรักษ์โลกนี้มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าในเครือ Shell
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่สอง คือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ (Rice Me) จากวิสาหกิจชุมชนเกาะกก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน OTOP 5 ดาว มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากกระทรวงอุตสาหกรรม และ อย. ในด้านการใช้พลังงาน ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ส่งผลให้มีประสิทธิภาพสูง
โดยใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (SEC) เพียง 0.81 เมกะจูลต่อกิโลกรัม ซึ่งประหยัดพลังงานกว่าผลิตภัณฑ์อบแห้งทั่วไปถึง 82 % และปล่อยคาร์บอนได้เพียง 0.04 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อกิโลกรัม หรือเทียบได้ว่า 1 ห่อ จะปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันถึง 83% ในด้านการจัดการของเสีย ทางกลุ่มได้นำเศษอาหารและเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ โดยปัจจุบันสินค้ากำลังอยู่ระหว่างขยายช่องทางจำหน่ายไปยังสถานีบริการน้ำมัน และสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เช่น ร้านไทยเด็ด ThailandPostMart
"ปัจจุบันการเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน ไม่ใช่แค่การได้อุดหนุนของอร่อยจากชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดรายจ่ายสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่ายกระดับการเป็นสินค้ารักษ์โลกอีกด้วย ซึ่งกระทรวงพลังงานมีการพัฒนาโครงการดังกล่าว ในการเพิ่มช่องทางจำหน่ายช่วยชุมชน ในร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันที่เป็นผู้ค้าน้ำมัน ม.7 ภายใต้แคมเปญกินพี่ แล้วหมีหนาว ซึ่งเป็นแคมเปญที่เราตั้งใจใช้สื่อสารยกระดับสินค้าชุมชนให้มีความสนุก ทันสมัย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ๆมากขึ้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีกิจกรรมสื่อสารผ่านโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ของกระทรวงพลังงาน จึงอยากเชิญชวนทุกคนร่วมกันอุดหนุนสินค้าชุมชนในแบรนด์กระทรวงพลังงาน ให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น” นายไพรัช กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DIT เปิดงาน Village to Town ขนสินค้าชุมชนบุกกรุงกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
กรมการค้าภายใน เปิดงาน Village to Town ยกทัพสินค้าชุมชน กว่า 50 บูธ บุกเซ็นทรัลปิ่นเกล้า วันที่ 24-28 มิ.ย.69 ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดึงเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ สร้างโอกาสผู้ประกอบการชุมชน ขยายช่องทางตลาด เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดในและต่างประเทศ
'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน

