ธปท.ยันดูแลแบงก์เข้มงวดชี้ธนาคารไทยมีความมั่นคง

ธปท.เผยการติดตามสถานการณ์ปัญหาสถาบันการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป และประเมินผลกระทบต่อระบบการเงินไทย 

20 มี.ค. 66 – นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากกรณี Regional Bank ของสหรัฐอเมริกา ที่ประสบปัญหาต้องปิดกิจการ โดยทางการได้ออกมารับประกันการจ่ายคืนเงินฝากเต็มจำนวน และมีกลไกปล่อยสภาพคล่องให้ระบบสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังมีกรณีธนาคาร Credit Suisse (CS) ที่เกิดปัญหาด้วยสาเหตุที่ต่างกัน โดย CS มีปัญหาสะสมมาก่อนหน้า และมีผลขาดทุนสูงต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อมีข่าวว่าผู้ถือหุ้นรายสำคัญมีข้อจำกัดในการเพิ่มทุนให้ CS จึงกระทบความเชื่อมั่นของตลาด จนธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์และผู้กำกับดูแล ต้องให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง และล่าสุด ภาครัฐได้จัดการให้ธนาคาร UBS เข้าซื้อหุ้นของ CS เพื่อรวมกิจการและระงับไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามแล้ว

ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวใกล้ชิด และประเมินว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ข้างต้นต่อระบบการเงินไทยมีจำกัด จากธุรกรรมของภาคธนาคารและกองทุนประเภทต่าง ๆ ที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกัน การกำกับดูแล ธพ. ไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวด โดยบังคับใช้เกณฑ์ด้านเงินกองทุนและสภาพคล่องกับธนาคารทุกแห่ง ขณะที่บางประเทศ เช่น สหรัฐฯ จะเน้นการกำกับดูแลที่เข้มงวดกับ ธพ. ขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญเป็นหลัก ขณะที่สำหรับ ธพ. ขนาดกลางและเล็ก การบังคับใช้เกณฑ์บางอย่าง เช่น เกณฑ์สภาพคล่อง จะไม่เข้มงวดเท่า

ในปัจจุบัน ภาพรวมระบบ ธพ. ไทยมีความมั่นคง ข้อมูล ณ สิ้นปี 2565 ระบบ ธพ. ไทย มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) 19.4% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดที่ 8.5% โดยส่วนใหญ่เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common Equity Tier 1: CET1) นอกจากนี้ สินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤต (Liquidity Coverage ratio : LCR) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 197.3% และมีหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL ratio) ในระดับต่ำที่ 2.73% ขณะที่เงินสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL Coverage ratio) สูงถึง 171.9% ซึ่งถือเป็นสถานะที่ดีกว่าช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2551 นอกจากนี้ ยังมีฐานลูกค้าทั้งในฝั่งสินเชื่อและเงินรับฝากที่กระจายตัวไปในกลุ่มรายย่อย ภาคธุรกิจ และ SMEs 

สำหรับตลาดการเงินโลก ยังเห็นความกังวลของนักลงทุนอยู่บ้าง สะท้อนจากราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ยังผันผวนสูง และราคาในการประกันความเสี่ยงของภาคธนาคารที่เพิ่มขึ้น ส่วนตลาดการเงินไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยตลาดโลกข้างต้นจำกัด จากความเชื่อมโยงที่ต่ำต่อกลุ่มธนาคารที่ประสบปัญหา โดย ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘แบงก์ชาติ’ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี69ยังฉลุย

‘แบงก์ชาติ’ ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังฉลุย อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ – ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วยหนุนเต็มสูบ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ พุ่งเป้าประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ชี้บาทไทยแข็งค่าจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก

'หมอวรงค์' ข้องใจแบงก์พัน 1.4 แสนล้านหายจากระบบ ขอพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ

“หมอวรงค์” ทำหนังสือขอพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ แลกเปลี่ยนความเห็นปมธนบัตร 1,000 บาท มูลค่าราว 1.4 แสนล้านบาทไม่ไหลกลับเข้าสู่ระบบ ระบุเชื่ออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันและธุรกิจทุนเทา พร้อมหาทางออกต่อปัญหาดังกล่าว

‘ธปท.’ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า

‘ธปท.’ ผนึกสมาคมแบงก์-ผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ปรับลดวงเงินโอน-ชำระเงินครั้งใหญ่ เหลือสูงสุด 10,000 บาทต่อวัน เริ่มต้น ก.ย. 69 ปิดช่องมิจฉาชีพลวงใช้บัญชีเยาวชนก่อความเสียหาย ผงะพบยอดแล้ว 185 ล้านบาท

นักวิชาการชง ธปท. อุด 2 ช่องโหว่ Virtual Bank สกัดหนี้เสีย-บัญชีม้า

​นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชง “ธปท.” เร่งออก 2 มาตรการ คุม “Virtual Bank” หลังจ่อเปิดบริการครั้งแรกปี 69 นี้ ระบุ “ต้องกำหนดสัดส่วนปล่อยกู้สร้างอาชีพ 20%” ป้องกันให้สินเชื่อเอื้อบริโภคเยอะเกินจนหนี้เสียพุ่ง อีกส่วนคือ “ผ่

อินโนพาวเวอร์ จับมือ ธปท. สร้าง Carbon-Neutral Event ในงาน 'Financing the Transition: Green Solutions for Hotels' เพื่อส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) ผนึกกำลัง ธปท. ชูความสำเร็จงาน "Financing the Transition: Green Solutions for Hotels" สู่การเป็น Carbon-Neutral Event และต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมเพิร์ลภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

ธปท.ยัน‘กัลฟ์’ถือหุ้นKBANK10.03%ไม่เข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาต

‘แบงก์ชาติ’ แจงปม ‘กัลฟ์’ ถือหุ้น KBANK ที่ 10.03% ไม่เข้าเกณฑ์ต้องขออนุญาตก่อน เหตุคำนวณภายใต้หลักเกณฑ์ของแบงก์ชาติแล้ว ถือว่ายังไม่ถึง 10%