
“สินิตย์”สั่งการกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ป้องกันนอมินี หลังเปิดประเทศ มีแนวโน้มคนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน พุ่งเป้า 3 กลุ่มธุรกิจ ท่องเที่ยว ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร ยันจะตรวจสอบตั้งแต่จดตั้งบริษัท ทำข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง พร้อมเตือนคนไทยที่ช่วยเหลือ หากจับได้เล่นงานตามกฎหมายหนัก พร้อมโชว์ผลงานปี 64 ตรวจเจอ 145 ราย ส่งดีเอสไอสอบเชิงลึกแล้ว
29 พ.ย.2564 นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดตามและตรวจสอบกรณีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อสนับสนุนให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 อย่างเข้มงวด หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลให้การประกอบธุรกิจมีการฟื้นตัว แต่อาจจะมีคนต่างด้าวฉวยโอกาสเข้ามาประกอบธุรกิจอย่างไม่ถูกต้องโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจของคนไทย จึงต้องหาทางป้องกันและดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับรายงานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่า ในปีงบประมาณ 2565 จะมีการกำกับดูแลและตรวจสอบธุรกิจที่มีลักษณะนอมินีอย่างต่อเนื่อง โดยเน้น 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ การถือครองอสังหาริมทรัพย์ และ 3.กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตร (ล้ง) ซึ่งนอกจากมีการตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังมีการส่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องปรามมิให้คนไทยกระทำผิดหรือตกเป็นเครื่องมือของชาวต่างชาติด้วย
โดยมาตรการที่จะนำมาใช้ในการตรวจสอบ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแนวทางการป้องปรามธุรกิจที่มีลักษณะนอมินีตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล โดยกำหนดให้ส่งเอกสารที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นคนไทยที่ลงทุนหรือถือหุ้นในนิติบุคคลร่วมกับคนต่างด้าว เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือว่าคนไทยที่ร่วมลงทุนมีฐานะทางการเงินที่สามารถลงทุนเองได้ เพราะบางคนทำงานเงินเดือนไม่กี่บาท แต่ถือหุ้นมูลค่าสูงหลาย 10 ล้านบาท และภายหลังจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว จะจัดทำข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะที่คนต่างชาติถือหุ้น 49 ต่อ 51 หรือบริษัทที่มีกรรมการผู้มีอำนาจเป็นคนต่างด้าวทั้งหมด และกำหนดเป็นแผนงานโครงการประจำปีเพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป ซึ่งบางกรณีอาจมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรด้วย
“ขอเตือนคนไทย ที่คิดจะทำผิด หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยยอมรับผลประโยชน์ หรือสมยอม หรือเป็นที่ปรึกษากฎหมายแนะนำให้หลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจโดยเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะปัญหานอมินี เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ และกระทบต่อการประกอบธุรกิจของคนไทย ซึ่งหากจับได้ จะเล่นงานตามกฎหมายเด็ดขาด มีอัตราโทษสูง จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”นายธีระชาติกล่าว
นายธีระชาติกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินการในปี 2564 ได้ตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ การถือครองอสังหาริมทรัพย์ และ 3.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ซึ่งผลการตรวจสอบพบนิติบุคคลที่อาจกระทำผิดในลักษณะนอมินี ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี จำนวนรวม 145 ราย ประกอบด้วย ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว 45 ราย ธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 90 ราย ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ท 2 ราย และธุรกิจบริการอื่น 8 ราย โดยได้ประสานข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก และหากเข้าข่ายการกระทำความผิดนอมินีก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2563 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษนิติบุคคลที่กระทำความผิดในลักษณะนอมินี แล้ว 14 ราย ส่วนใหญ่เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับธุรกิจค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจนำเที่ยว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ปลื้มผลงานเพื่อน 'ปราบสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ' โอ่ช่วยไทยไต่ระดับเชื่อมั่นนานาชาติ
‘อนุทิน’ นำแถลงผลปราบสแกมเมอร์ - ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ เผยพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น
จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย
‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย
เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง 'ธุรกิจนอมินี' 3 จังหวัดอันดามัน ถือครองที่ดินมิชอบ 49 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้าน
ศูนย์ปราบปรามคนต่างด้าว เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน ในพื้นที่ จว.ภูเก็ต พังงา กระบี่ พบนอมินีครอบครองที่ดิน 49ไร่มูลค่ากว่าพันล้าน จับผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและต่างชาติ 48 ราย
ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA
ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว
'กล้าธรรม' จี้พาณิชย์รับมือของแพง ชี้เงินเฟ้อพุ่ง-ชาวบ้านรับภาระหนัก
“พีรวัส สมวงศ์” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม เรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการคุมราคาสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังเงินเฟ้อไทยเร่งตัวต่อเนื่อง เตือนต้นทุนพลังงานกำลังส่งผ่านสู่สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญทุกวัน
'ชัยชนะ' จี้ 'ศุภจี' จัดการนอมินีทุนเทาสวมสิทธิ ท้าตรวจย่านดังหลายแห่งเจอแน่
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทุนเทา และการปราบนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ ว่า ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกมายอมรับว่า 53 รายที่ตรวจพบบนถนนรัชดาภิเษก มีนอมินีที่ถือหุ้นต่างชาติ

