‘ฉัตรชัย’ ประเดิมงานแรกปักธงสางหนี้เสีย ธ.ก.ส.

“ฉัตรชัย” กาง 3 ภารกิจสำคัญขับเคลื่อน ธ.ก.ส. ปักธงสางปมหนี้เสีย เบรกลูกหนี้จ่อตกชั้น ประกาศต้องทำทันที พร้อมเข็นนโยบายพักหนี้อุ้มลูกหนี้เปราะบางตามนโยบายรัฐ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

27 มี.ค. 2566 – นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งวันแรก (27 มี.ค.) ว่า มีภารกิจสำคัญ 3 เรื่อง ที่จะเร่งดำเนินการในปีนี้ ได้แก่ ภารกิจที่ 1. การดูแลลูกค้าเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีมาตรการพักหนี้ ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้มีความเปราะบาง แม้ว่าหนี้ที่ไม่ก่อเกิดรายได้ (NPL) จะปรับลดลงมาเหลือ 8-9% จากที่เคยขึ้นไปสูงสุด 12% ในช่วงปลายปีบัญชีที่ผ่านมา รวมถึงต้องติดตามลูกหนี้กลุ่มสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ให้ดี เพราะว่าทุก 90 วันลูกหนี้กลุ่มนี้มีโอกาสที่จะไหลเป็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นได้

“นโยบายแก้หนี้ต้องทำทันที โดยสัปดาห์นี้จะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางการแก้หนี้และปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งกลุ่มหนี้เสีย และกลุ่ม SM ซึ่งกลุ่มนี้อาจจะเป็นคลื่นระลอกใหม่ที่จะไหลมากระทบ โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ไตรมาส จึงจะเห็นผลในการแก้ไขคุณภาพหนี้ได้ระดับหนึ่ง ส่วนแนวทางการลด NPLลง จะต้องมาตรวจสอบกันอีกทีว่าจะมีการจัดทำมาตรการอะไรบ้าง” นายฉัตรชัย กล่าว

สำหรับภารกิจที่ 2. การเร่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดูแลลูกค้ามากขึ้น เพื่อลดต้นทุนให้กับธนาคาร ซึ่งปัจจุบันลูกค้าของธนาคารมีจำนวนมาก มีปริมาณการทำธุรกรรมสูง แต่สัดส่วนหนี้ต่อรายไม่ได้สูงมาก ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว และช่วยลดต้นทุนด้วย

นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ภารกิจที่ 3. การบริหารเงินฝากให้มีประสิทธิภาพ โดยจะต้องมีการใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกิน บริหารงบดุลไม่ให้มีปัญหาบริหารต้นทุนเงินฝากให้สอดคล้องกับการปล่อยสินเชื่อไม่ให้ ธ.ก.ส. มีต้นทุนมากเกินความจำเป็น

อย่างไรก็ดี ธนาคารพร้อมที่จะใช้นโยบายพักหนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หากเป็นนโยบายของรัฐบาล และเป็นการดูแลเกษตรกรกลุ่มเปราะบางจริง ๆ แต่ถ้าเป็นลูกหนี้ที่ไม่มีปัญหา และยังมีความวามารถในการชำระหนี้ ก็ต้องทำให้เห็นว่าการพักหนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะดอกเบี้ยยังเดินอยู่ ขณะที่เงินต้นไม่ลดลง ซึ่งสุดท้ายก็จะกลายเป็นหนี้เสียจริง ๆ โดยเบื้องต้นอาจจะมีแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น มีน้อยจ่าย จ่ายน้อย มีมาก จ่ายมาก เพื่อรักษาวินัยลูกหนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีสิทธิประโยชน์สำหรับลูกหนี้ที่ชำระดีด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธ.ก.ส.' เสริมแกร่งสถาบันเกษตรกรอัดฉีดพันล้านรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

“ธ.ก.ส.” เตรียม 1,000 ล้านบาท อัดฉีดสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มเสริมแกร่งสถาบันเกษตรกร เคาะดอกเบี้ย 4% รัฐชดเชย 3%

ธ.ก.ส.เตรียมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมสภาพคล่องการรับซื้อผลไม้

ธ.ก.ส. ร่วมมือกรมการค้าภายใน สนับสนุนผู้ประกอบการในการรวบรวมและรับซื้อผลไม้ฤดูกาลผลิต 2566 รวม 8 ชนิด เพื่อกระตุ้นให้มีปริมาณผลไม้หมุนเวียนในตลาดและส่งถึงมือผู้บริโภค ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ทันตามฤดูกาล โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละ 3 ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ ธ.ก.ส. ตั้งแต่วันนี้จนถึง 12 พฤษภาคม 2566

สมาคมแบงก์รัฐตั้ง 'วิทัย รัตนากร' นั่งประธานคนใหม่

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ มีมติเอกฉันท์แต่งตั้ง "วิทัย รัตนากร" ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ คนใหม่ แทน "ฉัตรชัย ศิริไล" ที่ครบวาระ

เกษตรกรเตรียมตัว ธ.ก.ส. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25%

ธ.ก.ส. ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก สูงสุดร้อยละ 0.60 ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ร้อยละ 0.25 ต่อปี ตามมติ กนง. เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ร้อยละ 0.25 ต่อปีจากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดและการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจไทย โดยมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 66 เป็นต้นไป

คลัง ตั้ง 'ฉัตรชัย' ดำรงตำแหน่ง 'ผู้จัดการ ธ.ก.ส.' คนใหม่ มีผลวันที่ 26 มี.ค. 66

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. มีคำสั่งแต่งตั้ง นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป