
ปตท.เผยแนวโน้มราคาน้ำมันขาลง คาดตลาดโลกปี 66 อยู่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐ เผยข่าวดีตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ลั่นหากโลกลด เตรียมลดตามด้วย พร้อมเผยแผนลงทุน 5 ปี 4 แสนล้าน จ่อปิด 5 ดีล รุกธุรกิจใหม่
28 มี.ค. 2566 – นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศเชื่อว่า จะลดลง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาพลังงานในตลาดโลกคลี่คลายลง ทำให้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีนี้เฉลี่ยประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากปีก่อนที่ราคาเฉลี่ย 96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ทางสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น จะตรึงราคาน้ำมัน และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง จะปรับลดลงให้เช่นกัน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้บริโภคและอำนวยความสะดวกผู้เดินทาง
“ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการเก็บเงินเข้ากองทุนต่างๆ ด้วย เช่น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ขณะนี้ฐานะสุทธิยังติดลบกว่า 94,471 ล้านบาท , การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรน้ำมัน ที่กระทรวงการคลัง ยังลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ต้องดูทิศทางกันต่อไป”นายอรรถพล กล่าว
ส่วนแผนการลงทุนปตท.จะเดินหน้าตามแผนใช้งบบประมาณในการลงทุน 5 ปี (66-70) ที่บอร์ดได้อนุมัติแล้ว 100,227 ล้านบาท โดยปี 66 จะลงทุน 33,344 ล้านบาท และได้เตรียมงบประมาณที่จะลงทุนในอนาคต เพิ่มเติมอีกประมาณ 302,168 แสนล้านบาท รวมประมาณ 402,395 ล้านบาท ซึ่งปีนี้อยู่ระหว่างเจรจาทำสัญญาร่วมลงทุนหลายๆ รูปแบบ คาดว่า จะเสร็จอย่างน้อย 5 โครงการ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ จะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจใหม่ ขณะที่รายได้ปี 66 คาดว่า อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านปลายๆ ลดลงจากปี 65 ที่มีรายได้ประมาณ 3.36 ล้านล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 91,175 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร 3.6% ซึ่งปีนี้ยังไม่สามารถระบุกำไรจะอยู่ที่ประมาณเท่าไร สาเหตุที่ปีนี้ รายได้จะลดลงกว่าปี 65 เป็นผลจากราคาน้ำมันปีก่อน อยู่ในระดับสูง
สำหรับแผนการลงทุน 100,227 ล้านบาท เช่น การลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ 36,322 ล้านบาท การลงทุนในบริษัทที่ ปตท.ถือหุ้น 100% มูลค่า 32,773 ล้านบาท การลงทุนในธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 18,988 ล้านบาท ธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานและสำนักงานหนึ่ง 8,828 ล้านบาท และธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และปิโตรเลียมขั้นปลาย 3,316 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจใหม่ของปตท.ตามมวิสัยทัศน์ใหม่ของปตท. ประกอบด้วย กลุ่มพลังงานแห่งอนาคต 4 กลุ่ม ได้แก่ พลังงานทดแทน ระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และไฮโดรเจน ส่วนธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่พลังงาน ได้แก่ ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ทั้งยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และอื่นๆ ได้แก่ สินค้าที่มีมูลค่าสูง ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนและไลฟ์สไตล์ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
“ปตท. มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ใช่ไหมจากธุรกิจใหม่ 30% ในปี 73 โดยเฉพาะการมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปี 73 ภาพรวมการผลิตไฟฟ้า ปตท.จะมีกำลังการผลิต 20,000 เมกะวัตต์ เป็นผลิตพลังงานทดแทน 12,000 เมกกะวัตต์ เพิ่มจากปัจจุบันที่มีอยู่ 2,700 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากช่วง 1-2 ที่เราประกาศนโยบายตอนนั้นมีเพียง 400-500 เมกะวัตต์ ซึ่งตอนนั้นพอร์ตพลังงานทดแทนจะมากกว่าพลังงานคอนเวนชั่นนอลจะเหลือเพียง 8,000 เมกะวัตต์”นายอรรถพล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทีมงาน 'กัน จอมพลัง' พาคนเจ็บแจ้งความเอาผิด 'เบิร์ด วันว่างๆ' เล่นสงกรานต์พิเรนป้ายกาวยาแนว
จากกรณีที่ เบิร์ด วันว่างว่าง อินฟลูฯ มีชื่อ โพสต์คลิปไปเล่นสงกรานต์ที่พระประแดง แต่กลับใช้ยาแนวตราจระเข้มาแทนแป้งดินสอพอง ละลา
‘อนุทิน’เปิดงานสงกรานต์พระประแดง ย้ำอัตลักษณ์มรดกโลก เดินหน้าสู่เทศกาลระดับโลก
วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime : Experience Songkran in Thailand” โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล
งานสงกรานต์พระประแดง วัยรุ่นแซวนายกฯ 'รวยไม่ไหวแล้ว'
“นายกฯ”ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง แซวตัวเอง นอกสคริปต์ หลังสื่อจับจ้อง ด้าน วัยรุ่นแซว “รวยไม่ไหวแล้ว”ลั่นฆ้อง อวยพรให้มีความสุขวันสงกรานต์
'นิพิฏฐ์' ก็ถุย! 'ขรก.-นักการเมือง' ที่ยอมศิโรราบ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พูดคำว่าถุย
เอ็ดดี้ มอง 'ถุย' ของนายกฯอนุทิน ไม่ใช่แค่คำหลุดบนเวทีสงกรานต์ คือสัญญาณทางการเมืองที่น่าคิด
อัษฎางค์ ชี้โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ว่า คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ แต่คือรัฐบาลจะเปลี่ยนโมเมนต์ไวรัลนี้ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่

