
'สุวัจน์' สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย-รธน. ให้ทันสมัย หวังแก้ไขปัญหาศก.เพื่อเป็นเครื่องมือฝ่าวิกฤตของชาติพร้อมรื้อแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี .ห้ามขายสุรา เวลา 14.00-17.00น.
29 มี.ค.2566 - นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) กล่าวในงานเสวนา “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย” โดยการดีเบต 9 พรรคการเมือง จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ในหัวข้อตอบคำถามเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ รวมทั้งการพัฒนาระบบการอนุมัติ อนุญาต ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไร? ว่าในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้มีผลในเรื่องของการแก้ไขนั้น เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น เพราะกฎหมายเป็นเครื่องมือที่สําคัญสําหรับฝ่ายบริหารในการจะสร้างความเรียบร้อยของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริบทของการแข่งขันในเรื่องของธุรกิจ การค้าเศรษฐกิจ การลงทุน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีโรคระบาด มีการจับขั้วระหว่างประเทศมหาอํานาจ มีการเคลื่อนย้ายการลงทุน มีเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ลุล่วง ฉะนั้น เราต้องมีเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นที่ดี ถ้าเราไม่มีความยืดหยุ่นเราไม่สามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันกับบริบทของความเปลี่ยนแปลงในวันนี้
นายสุวัจน์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้อยู่แล้ว มาตรา 77 ว่ารัฐจะต้องมีกฎหมายให้น้อยที่สุด และจะต้องมีการจัดการกฎหมายให้ทันสมัย ให้ยืดหยุ่นแล้วประชาชนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญมีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะยกเป็นตัวอย่าง คือ แผนยุทธศาสตร์ 20 ปีถามว่าวันนี้ เราต้องใช้แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ในการเดินหน้าประเทศไทยท่ามกลางบริบทของความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างนี้หรือ จะบอกว่าไม่ใช่เป็นประเด็นทางกฎหมายเท่านั้น แม้แต่ประเด็นตามรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะต้องมีการแก้ไข เพื่อสร้างกลไก สร้างเครื่องมือในด้านการบริหารทางเศรษฐกิจการลงทุนให้กับการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ยกตัวอย่าง มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นคําสั่งคณะปฏิวัติใช้ไปตั้งแต่ปี 2515 บอกไว้ว่า เวลา 14.00-17.00 น.ห้ามขายเหล้า ขายสุรา ซึ่งวันนั้นอาจมีนักท่องเที่ยวยังไม่ถึง 5 ล้านคน แต่วันนี้มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน วันนี้การท่องเที่ยวเกือบ 20% ของ GDP เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เรายังจะบอกว่าสองโมงถึงห้าโมงเย็นห้ามขายเหล้า ขายเบียร์อยู่ สมควรที่จะมีการแก้ไขหรือไม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“เรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา 4 ปี นโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าแก้ได้เรื่องเดียว คือ แก้เรื่องเลือกตั้งบัตรสองใบ แต่ไม่มีการแก้ไขในมาตราใดที่จะรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น เรื่องนี้มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความยืดหยุ่นตัวในการต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจ”นายสุวัจน์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลขาฯสภาพัฒน์ ยัน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ถ้าใช้เงินตรงจุด ภาพรวม ศก.ประเทศดีขึ้น
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพระราชกําหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
'ขุนคลัง' ไม่หวั่นคำตัดสิน ศาลรธน. คดี 'พร.ก.เงินกู้' เล็งแผนสำรองพร้อม
‘เอกนิติ’ เผยแล้วแต่ศาลรธน.ชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำ รัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน รับ หากผลเป็นลบ เร่งจับมือเอกชนแก้ปัญหา
'ดร.โจ' บี้คลังแจงปมร้อนตัดสิทธิ์บัตรคนจน ยกลำพูนโมเดลแนะรัฐบาลอนุทิน
“ชัยวัฒน์” มอง พ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน ปมลูกยื่นลดหย่อนภาษี ตัวเลข-ตรรกะ ไม่สมเหตุสมผล โยน ก.คลัง แจง ยกโมเดลลำพูน แนะช่องกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน
รัฐบาลชู 'บุญบั้งไฟพนมไพร' ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ยกระดับวัฒนธรรมอีสาน
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมไทยในฐานะ “Soft Power”
'ไทยช่วยไทย พลัส' เงินหมุนถึงมือรากหญ้า แต่ 'เจิมศักดิ์' มองเห็นแค่ค่ายมือถือ?
คำวิจารณ์ของ “เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” ต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังเจ้าตัวโพสต์ตั้งข้อสังเกตว่า มีชาวบ้านบางส่
เปิดทางฟู้ดเดลิเวอรีเข้าร่วม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มใช้สิทธิ 15 มิ.ย.
รัฐบาลเปิดทางร้านอาหารเข้าร่วม 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40' ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี เริ่มใช้สิทธิ 15 มิ.ย. หนุนรายได้ร้านค้า–อำนวยความสะดวกประชาชน

