มอก.คุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยเร่งเครื่องศูนย์ทดสอบยานยนต์หนุนลงทุนอีอีซี

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ มีภารกิจหลักคือ การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมให้สูงขึ้นด้วยการมาตรฐาน และการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้าที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน หนึ่งในภารกิจสำคัญที่รัฐบาลมอบหมายให้คือ การจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติหรือ ATTRIC เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน โดยต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่การเป็น “Super Cluster” อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และ “อุตสาหกรรม 4.0” รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคส่วนต่างๆ

สำหรับ ATTRIC นั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,235 ไร่ ณ บริเวณเขตสวนป่าลาดกระทิง ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่าลงทุนกว่า 3,705 ล้านบาท ซึ่งศูนย์ดังกล่าวนั้นจะให้บริการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อ อีกทั้งยังช่วยดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ด้วยความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะด้านการทดสอบและการรับรอง การวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงแหล่งวัตถุดิบ

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้วางเป้าหมายไว้ว่า โครงการดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการพร้อมเปิดให้บริการครบวงจรได้ในปี 2564 ซึ่งจะสามารถดึงดูดการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมซูเปอร์คลัสเตอร์ และอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อันจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอีก 20 ปีข้างหน้า คาดว่าการลงทุนในพื้นที่อีอีซีสามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยราว 5% ต่อปี มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าโครงการนั้น นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่าศูนย์ ATTRIC ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบฯ แห่งแรกในอาเซียน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% และเปิดให้บริการทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 (มอก.2721) เรียบร้อยแล้ว และได้จัดซื้อชุดเครื่องมือทดสอบจำนวน 4 รายการ ได้แก่ ชุดเครื่องมือทดสอบจุดยึดเข็มขัดนิรภัย ชุดเครื่องมือทดสอบที่นั่ง จุดยึดที่นั่ง และพนักพิงศีรษะสำหรับใช้ในยานยนต์ ชุดทดสอบเข็มขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์ ชุดเครื่องมือทดสอบห้ามล้อสำหรับรถยนต์บรรทุกและห้ามล้อสำหรับรถยนต์นั่ง 

พร้อมทั้งก่อสร้างสนามทดสอบ 4 สนาม ได้แก่ สนามทดสอบระบบเบรกมือ สนามทดสอบการยึดเกาะขณะเข้าโค้ง สนามทดสอบระบบเบรก และสนามทดสอบพลวัต ทั้งนี้หากได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เหลืออีกราว 1,600 ล้านบาทในปี 2566 คาดว่าสนามจะแล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบปลายปี 2568

“ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ จะช่วยเร่งรัดการพัฒนาการมาตรฐาน การวิจัยและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์และยางล้อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และยังยกระดับให้เป็นอุตสาหกรรม 4.0 ลดภาระให้ผู้ประกอบการเพราะต้องส่งไปทดสอบต่างประเทศต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และยังลดค่าใช้จ่ายในการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ปีละ 119 ล้านบาท” นายบรรจงกล่าว

นายบรรจงกล่าวว่า สมอ.ยังมีภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาและกำกับดูแลองค์กรกำหนดมาตรฐาน ห้องปฏิบัติการทดสอบ หน่วยตรวจ หน่วยรับรองให้มีความพร้อมในการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับตามแนวทางสากล ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมของไทย รวมถึงอำนวยความสะดวกทางการค้า ด้วยการมาตรฐาน ตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาประเทศให้มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการแข่งขันอย่างยั่งยืน และยังต้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า

“สมอ.ยกระดับความเข้มข้นของมาตรการเชิงรุกในการนำเข้าสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ และการตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาดและทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของ สมอ.ทั้ง 126 รายการที่มีการโฆษณาผ่านทางทีวีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งหากไม่ได้มาตรฐาน จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อร่วมกันทำงานเชิงรุกในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าในท้องตลาดอย่างเข้มงวด” นายบรรจงกล่าว 

นอกจากนี้ยังการส่งเสริมด้านการมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรม และผลักดันให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล อาทิ  การจัดทำมาตรฐานตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เอสเคิร์ฟ (S-curve) ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และการแปรรูปอาหารนิวเอสเคิร์ฟ (New S-curve) ได้แก่ หุ่นยนต์, การบินและโลจิสติกส์, เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, ดิจิทัลและการแพทย์ครบวงจร รวมทั้งมาตรฐานอื่นๆ ตามนโยบายรัฐบาล

รวมถึงการให้ความรู้แก่ครู อาจารย์ ในการนำความรู้เรื่องการมาตรฐานและเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ไปสอนให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับผู้ปกครอง สังคมและชุมชนใกล้เคียงให้มีความรู้ถึงประโยชน์ของเครื่องหมาย มอก. เลือกซื้อเลือกใช้สินค้าที่มี มอก. เพื่อความปลอดภัยและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีมีมาตรฐาน และให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งกระจายอยู่ทุกตำบลทั่วประเทศ เพื่อให้มีความรู้เรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานและถ่ายทอดให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อปกป้องและรักษาสิทธิ์ของตนเองได้ ตลอดจนเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสกรณีพบผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานในชุมชน เพื่อให้ผู้บริโภคในชุมชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและความปลอดภัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิเวียน' ยื่น 3 ข้อเสนอนโยบาย แก้มลพิษ ลักลอบทิ้งกากสารเคมีในเขต EEC-ปราจีนบุรี

นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัย ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (BluePrint) แถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรมและการลักลอบขนถ่ายกากสารเคมีพิษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดแพลตฟอร์ม "จับตา" รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จนได้หลักฐานปฐมภูมิชี้ชัดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่

ประชาธิปัตย์ เปิด 6 ข้อเสนอ รับมือ 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ในพื้นที่อีอีซี แฉล้มเหลวแก้ปัญหากากอุตสาหกรรม

นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ รายงานความคืบหน้าปัญหากากอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนโครงการ Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

อุตฯจี้สมอ.เร่งบังคับใช้มาตรฐานแผงโซลาเซลล์ ก่อน ก.ย. นี้

“วราวุธ” ขานรับนโยบายรัฐบาล กำชับ สมอ. เตรียมพร้อมลุยออกใบอนุญาต มอก. แผงโซลาร์เซลล์ให้ผู้ประกอบการ ก่อนมาตรฐานจะมีผลบังคับใช้ ก.ย. นี้ ชูมาตรการลดขั้นตอน ยอมรับผลการทดสอบตามมาตรฐานสากล (IEC)

'เท้ง' ชวน 'สุชาติ' เดินรับฟังปัญหาอีอีซี ย้ำต้องไร้ทุนเทา ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย

SMART เผย Q2/69 กำไรสุทธิ โต 124%อานิสงส์อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์บูม

SMART เผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 รายได้รวม 101.94 ล้านบาทกำไร เติบโต 124% รับอานิสงส์การเร่งลงทุนภาคเอกชนใน EEC กลุ่มโรงงาน คลังสินค้า Data Centeบูม