
บีโอไอ ยกทีมเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หนุนการลงทุนในภาคอีสาน ร่วมกับพันธมิตร จัดงาน “NEW Economy, NEW Opportunities” ชี้โอกาส โชว์มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ดัน 4 จังหวัด เป็นหัวหอกในการยกระดับทั้งภาคอีสานเติบโตไปพร้อมกัน
19 มิ.ย. 2566 – นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2566 บีโอไอร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดงาน “NEW Economy, NEW Opportunities” โดยเป็นการจัดงานต่อเนื่องจากภาคตะวันออกและภาคเหนือ เพื่อประชาสัมพันธ์ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ที่สนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรม BCG ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญ โดยมีนักธุรกิจในภาคอีสานทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า 250 คน
“ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคที่มีพื้นที่มากที่สุดกว่า 160,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 1 ใน 3 ของประเทศ มีพื้นที่เพาะปลูกสูงถึง 43% ของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง อ้อย ข้าว และยางพารา มีขนาดประชากร 1 ใน 3 ของประเทศ กว่า 22 ล้านคน รวมถึงเป็นถิ่นกำเนิดของศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ และเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาที่มีขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานวิจัยจำนวนมาก อีกทั้งภาคอีสานอยู่ในจุดที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน สามารถเป็นประตูเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่มีศักยภาพการเติบโตสูงได้อย่างดี” นายนฤตม์ กล่าว
ทั้งนี้ในงานสัมมนา บีโอไอได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ที่จะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ มาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม มาตรการส่งเสริม SME และมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม และในการเสวนาได้กล่าวถึงศักยภาพและโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมชีวภาพ มาตรการสนับสนุนของภาครัฐในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต รวมถึงบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนการลงทุน
นอกจากนี้ บีโอไอยังได้หารือกับหน่วยงานพันธมิตรในการขับเคลื่อนนโยบาย “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ Northeastern Economic Corridor: NeEC” ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย โดย NeEC เป็นหนึ่งในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 แห่ง ใน 4 ภาค ที่กำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และบีโอไอได้ออกมาตรการให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 4 แห่ง เรียบร้อยแล้ว
“ด้วยศักยภาพอันโดดเด่นของพื้นที่ NeEC ผนวกกับสิทธิประโยชน์บีโอไอที่มุ่งเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย และกระตุ้นให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยบีโอไอมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำโดยเฉพาะวัตถุดิบการเกษตรท้องถิ่น ไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำมูลค่าสูง” นายนฤตม์กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ลูเมนตั้ม’ ปักหมุดไทยฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก เล็งตั้งโรงงานเวเฟอร์ หนุนจ้างงาน 3 หมื่นตำแหน่ง
“ลูเมนตั้ม” ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโฟโตนิกส์จากสหรัฐฯ ขานรับยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ไทย เดินหน้าขยายลงทุนดันโรงงานไทยเป็นฐานผลิตเรือธงระดับโลก เพิ่มกำลังผลิตกว่า 4 เท่า พร้อมวางแผนตั้งศูนย์ออ
'หมอยง' ห่วงโรคมือเท้าปากระบาด ชี้อีสานมีสายพันธุ์ EV71 มาก เสี่ยงสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
จากการศึกษาของศูนย์ เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ของจุฬา พบว่าเมื่อเปรียบเทียบการศึกษาที่ขอนแก่น มือเท้าปาก จะพบเชื้อ EV71 ในจำนวนที่สูง

