
นายกฯ เชื่อมั่นทุกการทำงานที่ผ่านมาส่งผลให้ไทยครองอันดับ 1 ส่งออกผลไม้ไทยไปจีน มีส่วนแบ่งในตลาดถึงร้อยละ 41.3 รัฐบาลเตรียมแผนกระจายสินค้าเป็นรายมณฑล
16 ก.ค.2566 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ได้รับทราบว่า ไทยเป็นแหล่งนำเข้าผลไม้อันดับ 1 ของจีน และมีส่วนแบ่งในตลาดผลไม้ของจีนถึงร้อยละ 41.3 สะท้อนศักยภาพสินค้าไทย พร้อมแนะผู้ประกอบการคงคุณภาพ มาตรฐานของผลไม้ เตรียมความพร้อมเพื่อส่งออกไปยังตลาดจีนในรายมณฑล รวมถึงตลาดอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ไทยถือเป็นอันดับ 1 ในการส่งออกผลไม้ไปยังจีน โดยในปี 2565 ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดผลไม้ของจีนถึงร้อยละ 41.3 ซึ่งปัจจุบันสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) อนุญาตให้นำเข้าผลไม้จากไทยกว่า 22 ชนิด ได้แก่ มะขาม น้อยหน่า มะละกอ มะเฟือง ฝรั่ง เงาะ ลองกอง ละมุด เสาวรส ส้มเปลือกล่อน ส้ม ส้มโอ สับปะรด กล้วย มะพร้าว ขนุน ลำไย ทุเรียน มะม่วง ลิ้นจี่ มังคุด และชมพู่ โดยผลไม้สดที่ไทยครองตลาดสำคัญในจีน ได้แก่ ทุเรียน ส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 95.3 ลำไย ร้อยละ 99.3 มังคุด ร้อยละ 86.8 มะพร้าว ร้อยละ 69.2 น้อยหน่า ร้อยละ 100 ชมพู่ ร้อยละ 100 และเงาะ ร้อยละ 82.4
ด้วยนโยบายการทำงานเชิงรุกของรัฐบาล จุดเด่นทางด้านคุณภาพและรสชาติของผลไม้ไทย ทำให้ผลไม้ไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาด และเป็นที่ต้องการในต่างประเทศอย่างมาก ถือเป็นโอกาสสำคัญของเกษตรกรและผู้ประกอบการของไทยในการพัฒนาคุณภาพ กระบวนการผลิต การจัดการเพื่อการส่งออกผลไม้ไทย รวมถึงรัฐบาลผลักดันนโยบายการกระจายตลาด ลดความเสี่ยงในการพึ่งพาตลาดเดียว โดยกระจายตลาดส่งออกผลไม้ไปยังตลาดใหม่ ๆ ที่มีกำลังซื้อ และขยายตลาดลงสู่ระดับมณฑลของจีนให้มากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ผลไม้ไทยเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในของจีนมากขึ้น
“โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้รักษาคุณภาพ มาตรฐานด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และคุณภาพของผลไม้ โดยสั่งการอย่างต่อเนื่องให้ส่งเสริมและผลักดันการส่งออกสินค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเพื่อหาช่องทางการส่งออกที่มีศักยภาพเพิ่มเติม ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำเสนอสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้กับประเทศต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยตอบรับ 'ประนอมภาคบังคับ' กับกัมพูชา ย้ำเป้าหมายยุติเขตแดนทางทะเล
กระทรวงการต่างประเทศเผย ไทยส่งหนังสือตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS กับกัมพูชาแล้ว ย้ำมุ่งหาข้อยุติการกำหนดเขตแดนทางทะเล
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
เปิดเต็มรูปแบบ ทางหลวงทล.101 ’น่าน–เฉลิมพระเกียรติ‘ประตูการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว
‘กรมทางหลวง’แจ้งเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วง‘บ้านปอน–อำเภอเฉลิมพระเกียรติ’ระยะทาง 33.8 กม.เต็มรูปแบบ ยกระดับการเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น เพิ่มความปลอดภัย หนุนโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อม’ไทย–สปป.ลาว’บูมกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน
ชวนร้านค้าใช้ 'นกกระซิบ' AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย ยอดใช้งานทะลุ 4 แสนครั้ง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งนายอนุทิน ชาญ

