หายใจคล่องขึ้น! สถานการณ์แรงงานส่งสัญญาณดี

แฟ้มภาพ

สถานการณ์แรงงานส่งสัญญาณดีขึ้นตามการฟื้นตัวส่งออก การบริโภคและมาตรการรักษาการจ้างงานของรัฐบาล นายกฯ มอบหมายกระทรวงแรงงานดูแลแต่ละสาขาเศรษฐกิจเร่ง re-skill กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาคท่องเที่ยว พร้อมเชิญชวนนายจ้างลงทะเบียนร่วมโครงการรักษาการจ้างงาน SMEs ภายใน 20 ธ.ค. นี้

12 ธ.ค. 2564 – น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้มีนโยบายให้ความสำคัญกับการออกมาตรการเพื่อดูแลแรงงานและรักษาการจ้างงานในช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ล่าสุด กระทรวงแรงงานได้รายงานว่าสถานการณ์ด้านแรงงานส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โดยสถานการณ์การว่างงานในระบบประกันสังคมในปี 2564 ดีขึ้นจากปี 2563 สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนที่ขอสิทธิประโยชน์การว่างงานที่ลดลง และจำนวนผู้ประกันตนที่เข้าสู่ระบบมากกว่าจำนวนผู้ที่ออกจากระบบ ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจทั้งในภาคการส่งออก การผลิต และการบริโภค ซึ่งช่วยพยุงการจ้างงานโดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs รวมทั้งผลจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการจ้างงานของภาครัฐ และโครงการ Factory Sandbox 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานติดตามสถานการณ์แรงงานในแต่ละสาขาเศรษฐกิจให้มั่นใจว่าการจ้างงานดีขึ้นได้ต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อยกระดับ (Unskill) ปรับระดับฝีมือแรงงาน(Reskill) ให้แก่แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและผู้ว่างงานอื่นๆ 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  กระทรวงแรงงานได้รายงานถึงความคืบหน้าของโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs พบว่า ณ วันที่ 29 พ.ย. 64 ผลการลงทะเบียนระยะที่ 1 นายจ้างลงทะเบียนรวม 199,162 แห่ง และแรงงานทั้งสิ้น 2,818,215 คน จ่ายเงินอุดหนุนแล้วเสร็จ ประกอบด้วยนายจ้าง 197,899 แห่ง แรงงานจำนวน 2,803,472 คน รวมเป็นเงิน 8,410 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายเงินอุดหนุน ประกอบด้วยนายจ้าง 1,263 แห่ง แรงงาน 14,743 คน คิดเป็น 44.22 ล้านบาท ผลการดำเนินโครงการทำให้การจ้างงานในธุรกิจ SMEs เพิ่มขึ้น 19,090 คน โดยแบ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็ก 15,251 คน และธุรกิจขนาดกลางจำนวน 3,839 คน

“กระทรวงแรงงานได้เปิดโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs ลงทะเบียนระยะที่ 2 โดยลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 23พ.ย. – 20 ธ.ค.นี้ โดยนายจ้างที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างงานจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างสัญชาติไทย 1คนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน คือ เดือนธ.ค. 64  และเดือนม.ค. 65 รัฐบาลขอเชิญชวนให้นายจ้างร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อรับการเยียวยาจากภาครัฐและร่วมกันดูแลให้แรงงานมีงานทำ” น.ส.ไตรศุลี กล่าว


เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

ราคาพลังงานพุ่งทุบเชื่อมั่นSMEเดือนมี.ค.ลดลง

สสว. เผยตัวเลขดัชนี SME มี.ค. 69 ความเชื่อมั่นลดลงหลังเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนพลังงาน ห่วงหากสงครามยืดเยื้อ SME กว่า 80% อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน เหตุมีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน

สส.พรรคส้ม พาคนงานบุกศาลากลาง ปมเลิกจ้าง 400 ชีวิต

แรงงานโรงงานพลาสติกสมุทรปราการร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บางรายอ้างถูกข่มขู่ให้ลาออก ได้ค่าชดเชยต่ำกว่าที่ควร ด้าน สส.พรรคประชาชน นำคณะเข้าพบผู้ว่าฯ เร่งหาทางออก พร้อมสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องไกล่เกลี่ยด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน