ศึกมาตรฐานเหล็ก 5 หมื่นล้านเดือด! ฝ่าย IF ซัดมติแบนเตาหลอมไม่โปร่งใส

จับตาศึกมาตรฐานเหล็ก! ปมแก้ มอก.ปะทุขึ้นอีกระลอก ผู้ประกอบการเตาหลอม IF ซัดมติแบนเตาหลอมไม่โปร่งใส หลัง กว.84โหวตเฉียดฉิว 7 ต่อ 6 ส่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนฮุบตลาดมูลค่าครึ่งแสนล้าน จ่อพึ่งศาลปกครองเบรกผูกขาด

9 ส.ค. 2569 - นายศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ ผู้แทนสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)  เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการวิชาการ (กว.) ชุดที่ 84เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ในประเด็นการกำหนดมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อย ว่าที่ประชุม มีมติเฉียดฉิว 7 ต่อ 6 เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบตาม คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ให้จำกัดเทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) ไม่ให้ผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อย โดยกรรมการเข้าร่วมลงคะแนนทั้งหมด 13 คน มี 7 เสียงเห็นชอบให้จำกัดเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งส่งผลให้ไม่อนุญาตให้ใช้เตาหลอม IF ผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อย ขณะที่อีก 6 เสียง ซึ่งมาจากนักวิชาการ เห็นว่าไม่ควรจำกัดเทคโนโลยี และเห็นตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ 84/1 ที่เสนอให้ IF สามารถผลิตต่อไปได้

โดยกรรมการฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดเทคโนโลยี ให้เหตุผลว่ามาตรฐาน มอก. ฉบับใหม่ได้เพิ่มความเข้มงวดไว้แล้ว ทั้งการยกเลิกการใช้สัญลักษณ์ตัว “T” และกำหนดค่าความแข็งแรง รวมถึงอัตราส่วนทางวิศวกรรมของเหล็กแต่ละประเภทไว้อย่างละเอียด ทำให้ไม่ว่าจะเป็นเตาหลอม IF หรือ เตาหลอมไฟฟ้า (Electric Arc Furnace : EF)  หากผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพก็จะไม่สามารถผ่านมาตรฐานได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องระบุห้ามใช้เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเป็นการเฉพาะ และขาดหลักฐานและวิชาการรองรับว่าIFไม่สามารถผลิตได้

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่าหลักการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมควรพิจารณาจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์  ไม่ใช่กรรมวิธีการผลิต หากเหล็กผ่านการทดสอบคุณสมบัติทางกลและความแข็งแรงตามมาตรฐาน มอก. ทุกมิติ ก็ถือว่าเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะผลิตจากเทคโนโลยีใดก็ตาม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการตั้งคณะกรรมการ กว. ชุดที่ 84 ขึ้นมาแทนชุดเดิมที่ยังไม่หมดอายุ โดยเร่งรัดให้ดำเนินการภายใน 3 เดือนและไม่มีผู้แทนจากระบบ IF ร่วมเป็นกรรมการ ขณะที่มีตัวแทนจากฝั่งเตาหลอม EF หลายท่าน ซึ่งสวนทางกับมติของคณะอนุกรรมการ กว. 84/1 ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยาและนักวิชาการ ที่เคยมีมติพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีความจำเป็นต้องจำกัดเทคโนโลยี

“ มีการประเมินหากมาตรการจำกัดการใช้เตาหลอม IF ถูกประกาศใช้จริง โรงงาน IF จำนวนมากที่ลงทุนไปแล้วหลายพันล้านบาทอาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางแห่งอาจต้องยุติการผลิต ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดเหล็กมูลค่า 40,000-50,000 ล้านบาทต่อปี อาจกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการ EF เพียงไม่กี่รายและอาจทำให้ราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 3 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการแข่งขันเสรี และอาจกระทบต่อราคาวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในระยะยาว และจำกัดทางเลือกของประชาชน “นายศักดิ์ชัยกล่าว

อย่างไรก็ตามอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักในการพิจารณาตัดสินใจให้ถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิชาการและหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน ไม่ใช่พิจารณาตามข้อ กังวลที่ตั้งมาบนสมมุติฐานไม่มีหลักฐานและวิชาการรองรับสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมเหล็กไทย และ ต้องตระหนักถึงความผิดที่ตามมา ดังนั้นหากผลการตัดสินยังคงไม่เป็นธรรม กลุ่มผู้ผลิต IF ก็มีความจำเป็นต้องพึ่งพาช่องทางศาลปกครองเพื่อเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป”นายศักดิ์ชัยกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอกชน’หนุนนโยบายอุตฯยกเลิกการใช้เตาหลอมIF

ภาคเอกชนหนุนนโยบายเชิงรุกของรมว.อุตฯยกเลิกการใช้เตาหลอมIF พร้อมกางโรดแมป 3 ปี เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี EAF อุดรอยรั่วความเสี่ยงยกระดับความปลอดภัยสาธารณะและธรรมาภิบาลไทยสู่สากล

‘ชิน เคอ หยวน’ลาม! สส.ชยานันท์ จี้ ‘วราวุธ’ พ้นเก้าอี้รมว.อุตฯ

“โต้งหนองบัว” วิปฝ่ายค้าน ออกโรงกดดันให้รัฐมนตรีอุตสาหกรรมพ้นตำแหน่ง ปมอนุญาตโรงงานซิน เคอ หยวน กลับมาเดินเครื่อง ตั้งคำถามมาตรฐานเหล็กและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมซัดการทำงานข

'อรรถวิชช์' จี้สุ่มตรวจ 'ซินเคอหยวน' หวั่นเหล็กเก่าปัญหามาตรฐานกลับสู่ตลาด

สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งคำถามหลังซินเคอหยวนกลับมาเปิดโรงงานอีกครั้ง เรียกร้องรัฐสุ่มตรวจระหว่างการผลิตจริง พร้อมกังวลเหล็กสต็อกเก่าที่เคยมีปัญหาคุณภาพอาจถูกนำออกจำหน่าย กระทบความปลอดภัยของประชาชน

อนุมัติ! 'ซิน เคอ หยวน'กลับมาประกอบกิจการได้ตามปกติ

กรอ.ลงนามคำสั่งอนุญาตให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล สามารถกลับมาประกอบกิจการโรงงานผลิตเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณได้ตามปกติ เผยช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงโรงงานต่อเนื่องตามลำดับขั้นตอน