อึ้ง! เศรษฐาบอกไทยเข้าสู่เกียร์สูงทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะนโยบายแจกเงินดิจิทัล

นายกฯ ย้ำความเป็นพันธมิตรเกือบ 2 ศตวรรษของไทยและสหรัฐเดินหน้า เปิดกว้างเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันที่ใกล้ชิดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

21 ก.ย.2566 - ในเวลา 19.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ) ณ โรงแรม St. Regis นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) โดยสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (U.S.-ASEAN business Council: USABC) และหอการค้าสหรัฐ (U.S. Chamber of Commerce: USCC) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี

นายกฯ กล่าวขอบคุณสำหรับงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ ถือเป็นวาระสำคัญอันหนึ่งของการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในครั้งนี้ การเข้าร่วมงานของแขกทุกคนในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ และความสำคัญที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ มีต่อประเทศไทย หวังว่างานในวันนี้จะเป็นพื้นฐาน (platform) ในการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงประเทศและเศรษฐกิจของเราเข้าด้วยกัน ไทยและสหรัฐฯ ถือเป็นหุ้นส่วนธรรมชาติและมีผลประโยชน์ร่วมกัน (natural and mutually-beneficial partners) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ที่ในปีนี้ฉลองครบรอบ 190 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐฯ

นายกฯ กล่าวว่า การค้าระหว่างไทย-สหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งแม้จะมีการแพร่ระบาดทั่วโลก ด้วยมูลค่ามากกว่า 65,000 ล้านดอลลาร์ในปีผ่านมา ทำให้สหรัฐกลับมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นที่มีอยู่ระหว่างกันอย่างชัดเจน ในขณะที่การลงทุน ต่างฝ่ายต่างมีการลงทุนเป็นจำนวนมาก เชื่อมั่นว่า ทั้งสองฝ่ายยังมีศักยภาพอีกมาก และจะเดินหน้าเพิ่มพูนศักยภาพและความสามารถทางการแข่งขัน และทวงคืนตำแหน่งการจุดหมายปลายทางการลงทุนชั้นนำ การเป็นกลไกการเติบโตในภูมิภาค และเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับคุณภาพการดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียมกันอีกครั้ง

นายเศรษฐาได้ย้ำถึงนโยบายสำคัญ และโอกาสมากมายสำหรับบริษัทสหรัฐฯ ทั้ง 1.การผลักดันเศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่เกียร์สูง (high gear) อาทิ นโยบาย digital wallet และ Blockchain เป็นต้น 2.การบริโภคที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น อาทิ การเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม เศรษฐกิจสีเขียว และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 3. การสร้างไทยให้เป็นประเทศนวัตกรรม ที่ครอบคลุม และบูรณาการสำหรับลูกหลานในอนาคต อาทิ การเปิดตลาดใหม่ เร่งเดินหน้าเจรจา FTA การสร้างกลไกใหม่แห่งการเติบโตแบบครอบคลุม และการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อลดข้อจำกัด และข้อห่วงกังวล เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างบรรยากาศที่น่าดึงดูดสำหรับการลงทุนต่างประเทศ

โดยในตอนท้าย นายกฯ ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคเอกชนจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้มากขึ้น และย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำให้สังคมไทยดีขึ้น รวมถึงชุมชนธุรกิจในประเทศไทยด้วย โดยประเทศไทยเปิดกว้าง และพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้สำหรับห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย หลากหลาย และยืดหยุ่นของสหรัฐ และเชื่อมั่นถึงความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากภาคเอกชนสหรัฐฯ ในฐานะตัวแทนสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งร่วมกัน และขับเคลื่อนอนาคตไปสู่ศตวรรษที่ 2 ของการเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่ใกล้ชิดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Infineon บริษัทชิปชั้นนำปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์!

Infineon บริษัทชิปชั้นนำของโลก ปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์สำคัญของภูมิภาค รองรับ EV–พลังงาน–ดาต้าเซ็นเตอร์–AI เดินหน้า 'Made in Thailand' เชื่อมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลก

นายกฯ เปิดประชุมประจำปี สศช.ถกแผนพัฒนาชาติฉบับ 14

นายกฯ เปิดประชุมประจำปี สศช. 2569 ย้ำ 'แผน 14' ปลดล็อกข้อจำกัดประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจ–คน–รัฐ รับโลกเปลี่ยนแปลง เดินหน้าเปลี่ยน 'แผน' สู่การลงมือทำและผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้

นายกฯ บอกลงพื้นที่เพื่อดูสถานการณ์จริงไม่ใช่แค่ไปแจกข้าว-น้ำ

นายกฯ รับมีภาวะเสี่ยงในจังหวัดน้ำไหลผ่าน สั่งบูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงาน บอกหลังลงพื้นที่ ปชช. ขอเร่งระบายน้ำ ยันไม่ใช่ลงแค่ไปแจกข้าว-น้ำ-ถุงยังชีพ แต่ไปดูสถานการณ์จริง

'อนุทิน' อบรม 'ไอซ์' บอกพ่อแม่สั่งสอนมาดีให้ดูแลประชาชน!

'นายกฯ' แจงแจกเงินประชาชน เพราะถุงยังชีพหมด อัด 'ไอซ์ รักชนก' อย่าเอามาตรฐานตัวเองมาวัด ดึงปชช. เป็นตัวประกันทางการเมือง ยันพ่อ-แม่สอนมาดี ให้ดูแลชาวบ้าน ย้ำน้อมรับคำด่าถือว่าให้ได้ระบาย

'อนุทิน' ขอให้น้อมรับเสียงวิจารณ์น้ำท่วม!

'อนุทิน' ขอให้ทุกหน่วยงานน้อมรับเสียงวิจารณ์น้ำท่วม และใจกว้าง อดทน อย่าขัดแข้งขัดขา พร้อมระดมกำลังแก้ปัญหาเต็มที่ ชูประชุมทุกเช้าบูรณาการข้อมูลอุดรอยรั่วการทำงาน ย้ำ กทม.อย่ามองเป็นเขตพิเศษ