
“พิมพ์ภัทรา” สั่ง สมอ. ออก 600 มาตรฐานยกระดับภาคอุตสาหกรรม ดันกลุ่มที่มีศักยภาพ ทั้ง EV หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และ AI พร้อมถกแผนรับมือน้ำท่วม ผนึกรัฐ-เอกชนออกมาตรการช่วยเหลือ
14 ต.ค. 2566 – นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าได้เร่งรัดให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดทำมาตรฐานในปีงบประมาณ 2567 ที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยตามนโยบายรัฐบาล และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะมาตรฐานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ เน้นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า(EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์(AI) ฮาลาล และซอฟต์พาวเวอร์(Soft power) ซึ่งคาดว่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถนำเม็ดเงินมาสู่ภาคอุตสาหกรรมของไทยได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าหมายไว้ 600 มาตรฐาน
ด้าน นายวันชัย พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า สมอ. เตรียมขออนุมัติแผนการกำหนดมาตรฐานในปีงบประมาณ 2567 รวม 600 มาตรฐาน ในการประชุมบอร์ด สมอ. ในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ที่สามารถจัดทำมาตรฐานได้ 478 มาตรฐาน ทั้งนี้ ให้เร่งผลักดันมาตรฐานที่เป็นเรื่องเร่งด่วนตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก่อน เช่น มาตรฐานสถานีชาร์จรถไฟฟ้า สาธารณะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาตรฐานอาหารฮาลาล AI เครื่องมือแพทย์ BCG และหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น
นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวถึงสถานการณ์ปริมาณฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เบื้องต้นพบว่ามีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ และพระนครศรีอยุธยา โดยขณะนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้หน่วยงานสังกัดในทุกภูมิภาค เร่งสำรวจและรายงานความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อการประเมินสถานการณ์ และจัดมาตรการความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการดำเนินงานโครงการอุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย โดยให้การสนับสนุนทั้งในด้านการพักชำระหนี้ การเฝ้าระวัง การฟื้นฟูโรงงานในพื้นที่เสี่ยง การซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และการส่งมอบถุง MIND ซึ่งเป็นถุงยังชีพจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
ด้าน นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เงินทุนหมุนเวียนดีพร้อมเปย์ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสินเชื่อของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ, การเฝ้าระวังการรั่วไหลของสารเคมีอันตราย และกากอุตสาหกรรม พร้อมการจัดเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ
รวมถึงการให้บริการการตรวจประเมิน และคำปรึกษาแนะนำการบริหารจัดการในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งแบบลงพื้นที่ (Onsite) และระบบทางไกล (Remote Assessment) รวมถึงการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยมีการจัดเตรียมน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2,000 ลิตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงอุตฯ ดัน 'GMT SMEs' By DIPROM ยกระดับ SMEs ไทยด้วยมาตรฐานระดับสากล พร้อม ผนึก 'ส.อ.ท.' ต่อยอดรับแรงแข่งขันการค้าโลก
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้วยมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ผ่านการผลักดัน “Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)” มาตรฐานการผลิตสำหรับ SMEs ไทย ครอบคลุมการประเมิน 5 ด้านสำคัญ

