‘การบินไทย‘ ปักธงรุกตลาดอินเดียรับเปิดฟรีวีซ่าเล็งขยาย 2 เส้นทางใหม่

‘การบินไทย’เตรียมขยาย 2 เส้นทางใหม่ พร้อมปรับใช้เครื่องบินลำใหญ่ รุกตลาดอินเดีย หลังรัฐบาลเปิดฟรีวีซ่า พร้อมคัมแบ็ค ‘กรุงเทพฯ – อิสตันบูล’ ในรอบ 26 ปี เที่ยวบินปฐมฤกษ์ 1 ธ.ค.นี้ หวังเป็นฮับเชื่อมยุโรปและแอฟริกา

2 พ.ย.2566-นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลประกาศฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวอินเดีย และไต้หวัน โดยสามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยได้ 30 วัน เริ่มตั้งแต่ 10 พ.ย.2566 จนถึง 10 พ.ค.2567 การบินไทยมั่นใจว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะปัจจุนตลาดอินเดียนับเป็นตลาดหลักที่มีปริมาณการเดินทางสูงอยู่ใน 5 อันดับแรก และยังพบว่ามีดีมานด์ความต้องการเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปีที่เป็นฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ตรงกับช่วงที่คนอินเดียนิยมจัดงานแต่งงานและนิยมเดินทางท่องเที่ยว

อย่างไรตาม ปัจจุบันการบินไทยทำการบินครอบคลุม 7 เส้นทางในอินเดีย ประกอบด้วย 1.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-อาห์เมดาบัด 2.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-มุมไบ 3.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เดลี 4.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู 5.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ไฮเดอราบัด 6.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เจนไน และ 7.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-กัลกัตตา โดยในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ยังเตรียมเปิดทำการบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-คยา อีกทั้งยังอยู่ระหว่างศึกษาเปิดเส้นทางบินใหม่อีก 2 จุดบิน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ 

“อินเดียเป็นตลาดที่โตไวมากกว่าจีน เพราะดีมานด์การเดินทางตลาดนี้มีสูง และยังขยายตัวได้อีกมาก ซึ่งการประกาศนโยบายฟรีวีซ่าก็ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวและจองการเดินทางง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกต่อช่วงไฮซีซันทันที เพราะเป็นช่วงที่อินเดียมักนิยมเดินทางจัดงานแต่งงาน จึงคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 4 นี้ รูทอินเดียจะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีเฉลี่ยราว 75% แต่จะเพิ่มมากน้อยนั้นต้องรอดูบุ๊กกิ้งล่วงหน้าก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณชัด เนื่องจากฟรีวีซ่าเพิ่งประกาศ”นายชายกล่าว

นายชาย กล่าวด้วยว่า การบินไทยยังมีแผนจะนำเครื่องบินลำตัวกว้าง อาทิ แอร์บัส A330 และโบอิ้ง 777-200 ER ไปทำการบินในเส้นทางต่างๆ ของอินเดียที่มีปริมาณการเดินทางสูง เนื่องจากปัจจุบันยังใช้เครื่องบินลำตัวแคบ รุ่นแอร์บัส A320 ทำการบินอยู่ เพราะเดิมหลายเส้นทางในอินเดีย จะทำการบินโดยสายการบินไทยสมายล์ แต่ขณะนี้การบินไทยได้รับโอนเส้นทางดังกล่าวกลับมาทำการบินแล้ว ดังนั้นหากมีดีมานด์การเดินทางเพิ่ม การบินไทยได้เตรียมความพร้อมนำเครื่องบินลำตัวกว้างไปรองรับความต้องการแล้ว

ทั้งนี้ ในส่วนของสถารการณ์ตลาดจีน ปัจจุบันยังพบว่ายังไม่ฟื้นตัวกลับมาปกติ ซึ่งเชื่อว่าอาจเกิดจากปัจจัยภายในของจีนทั้งในด้านเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายฟรีวีซ่าให้แก่ไต้หวัน การบินไทยประเมินว่าจะส่งผลบวกในช่วงไฮซีซัน ทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ยังอยู่ในช่วงประเมินยอดบุ๊กกิ้ง

นายชาย  กล่าว่าขณะนี้การบินไทยอยู่ในช่วงเร่งขยายเส้นทางบินเพื่อรองรับดีมานด์การเดินทางของผู้โดยสารที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าการขยายฐานลูกค้าผ่านพันธมิตรสายการบิน เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สร้างโอกาส ส่งผลให้ล่าสุดการบินไทยได้ทำความร่วมมือกับเตอร์กิชแอร์ไลน์ส เชื่อมต่อการเดินทางจากไทยและตุรกี รวมทั้งจุดหมายปลายทางอื่นๆ โดยเฉพาะทวีปยุโรปและแอฟริกา ผ่านการใช้ตุรกีเป็นศูนย์กลางการบิน (ฮับ) ในการเชื่อมต่อเส้นทางบินต่างๆ 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันการบินไทยได้เปิดให้จองการเดินทางล่วงหน้าในเส้นทางกรุงเทพฯ – อิสตันบูลแล้ว พบว่ามียอดจองล่วงหน้า (บุ๊กกิ้ง) สูงเฉลี่ย 60% และคาดว่าหลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า 6 เดือนหลังจากนี้การบินไทยจะสามารถทำอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิ้นแฟกเตอร์) ในเส้นทางนี้ตามเป้าหมายเฉลี่ย 70-75% เพราะนอกจากอิสตันบูลจะเป็นฮับเชื่อมต่อการเดินทางแล้ว ยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งคนไทยสามารถเดินทางไปโดยไม่ต้องทำวีซ่า 

“การบินไทยเคยเปิดบินกรุงเทพฯ – อิสตันบูล ในปี 2537 และหยุดทำการบินไปเมื่อ 26 ต.ค. 2540 การกลับมาเปิดบินครั้งนี้ ถือเป็นการฟื้นเส้นทางบินในรอบ 26 ปี และคาดว่าภายใต้ความร่วมมือนี้จะเริ่มเห็นการทำโค้ดแชร์ร่วมกันได้มากขึ้น ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อจุดบินต่างๆ”นายชาย กล่าว

สำหรับเส้นทาง กรุงเทพฯ-อิสตันบูล การบินไทยจะให้บริการเที่ยวบินไป – กลับ โดยทำการบิน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่นแอร์บัส A 350 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2566 เป็นต้นไป โดยมีตารางบินที่สะดวกสบาย ประกอบด้วย เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล ทำการบินทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน เที่ยวบินที่ TG900 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 23.45 น. เดินทางถึงอิสตันบูล เวลา 06.05 น. ของวันถัดไป (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวบินที่ TG901 ออกเดินทางจากอิสตันบูล เวลา 16.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น. ของวันถัดไป

ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางบินใหม่ของการบินไทยสู่อิสตันบูล นอกจากจะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทฯ อาทิ เพิ่มทางเลือกใหม่ในการเดินทาง การเชื่อมต่อเที่ยวบินและการขนส่งสินค้าแล้ว ยังยกระดับการเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและออสเตรเลีย สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับสาธารณรัฐตุรกีและประเทศอื่นๆ ในกลุ่มยุโรปตะวันออก ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศ รวมทั้งการกระจายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากประเทศตุรกีเป็นตลาดที่มีประชากรกว่า 85.3 ล้านคน และมีขนาดมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 906 พันล้านดอลลาร์

ด้านนายกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างการบินไทยและเตอร์กิชแอร์ไลน์ส จะสร้างโอกาสให้การบินไทยสามารถขยายฐานลูกค้าในตลาดยุโรปและแอฟริกา เชื่อมต่อการเดินทางในเส้นทางบินที่การบินไทยยังไม่เปิดให้บริการ อาทิ โรม มาดริด ฮังการี และปราก เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเดินทางสูง เช่น ข้าราชการ นักธุรกิจ รวมไปถึงนักเรียน และนักศึกษา นอกจากนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวก็มีโอกาสขยายตัวสูง เพราะการท่องเที่ยวในอิสตันบูลคนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า อีกทั้งจุดบินนี้ยังทำให้เดินทางไปยังยุโรปสะดวกขึ้น เพราะใช้เวลาบินไปยังอิสตันบูล 9 ชั่วโมง หลังจากนั้นต่อไปเมืองต่างๆ ในยุโรปอีก 3 ชั่วโมงเท่านั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พระบรมสารีริกธาตุ-พระอรหันตธาตุ' ถึงเชียงใหม่ เปิดสักการะ 5-8 มี.ค.

พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากอินเดีย ถึงเชียงใหม่ เปิดให้ ปชช. สักการะ 5 - 8 มี.ค. ณ หอคำหลวง

ในหลวง ทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดีย พระราชทานไฟ  ณ 4 มณฑป ถวายเป็นพุทธบูชา

ในหลวงทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดีย พระราชทานไฟ  ณ 4 มณฑป ถวายเป็นพุทธบูชา พสกนิกรเนืองแน่นเฝ้าฯ รับเสด็จ

รัฐบาล เชิญชวนร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุจากอินเดีย 22 ก.พ.-19 มี.ค.นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย โ