
ขสมก. เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารธรรมดา สาย 3 – 21 มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา – มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มให้บริการ 5 ธ.ค. 66
5 ธ.ค. 2566 – นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ฉมาพันธ์ การเดินรถ จำกัด ผู้ประกอบการรถโดยสารธรรมดา สาย 3 – 21 เส้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา – มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกาศว่าจะให้บริการรถโดยสารธรรมดา สาย 3 – 21ในวันที่ 4 ธันวาคม 2566 เป็นวันสุดท้าย ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารสายดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรมการขนส่งทางบก มีความห่วงใยประชาชน จึงให้ ขสมก. จัดเดินรถโดยสารธรรมดาในเส้นทาง สาย 3 – 21 เพื่อให้บริการรับ – ส่งประชาชน แทนบริษัทเดิมที่ยุติการเดินรถ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป จนกว่ากรมการขนส่งทางบก จะสามารถจัดหาผู้ประกอบการเดินรถรายใหม่ได้แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ขสมก. ได้จัดรถโดยสารธรรมดา จำนวน 6 คัน เพื่อวิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางเดินรถ สาย 3 – 21 ตั้งแต่เวลา 05.00 – 22.00 น. โดยจัดเก็บค่าโดยสาร ในอัตรา 10 บาท ตลอดสาย ซึ่งเป็นไปตามใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง เลขที่ กท.21/2563 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2563 ผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าโดยสาร ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) สแกน QR Code ผ่านโมบายแบงค์กิ้ง และบัตรเดบิต – เครดิต ที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลสของทุกธนาคาร โดยเส้นทางเดินรถ สาย 3 – 21 มีรายละเอียด ดังนี้
เริ่มต้นจาก อู่เมกา บางนา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางนา – ตราด กลับรถเข้าถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนัมเบอร์วัน เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรามคำแหง 2 ผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางนา – ตราด เข้าห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา ออกทางคู่ขนานบางนา – ตราด เข้าถนนศรีนครินทร์ เข้าถนนรามคำแหง ผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง เลี้ยวขวาแยกวัดเทพลีลา เข้าซอยรามคำแหง 39 กลับรถใต้สะพานวัดเทพลีลา กลับเส้นทางเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขสมก.ปรับเวลาเดินรถ Shuttle Bus บริการ ปชช.เข้าถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. แจ้งปรับเวลาการเดินรถโดยสารด่วนพิเศษ หรือ Shuttle Bus เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางถวายสักการะพระศพ
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

