‘แบงก์ชาติ’ ปูพรมแก้หนี้ครัวเรือนขึงเกณฑ์ตรวจเข้มแบงก์ปล่อยกู้

“แบงก์ชาติ” ปูพรมแก้หนี้ครัวเรือน ปักธงปี 2567 ขึงเกณฑ์ Responsible Lending ตรวจเข้มข้นแบงก์ปล่อยสินเชื่อ ขีดเส้นต้องมีข้อมูลคำเตือนพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ถูกต้อง

18 ม.ค. 2566 – นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนของไทย ณ ไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 90.90% ลดลงจากปี 2564 ที่อยู่ที่ระดับสูงสุดที่ 94.70% แต่ทั้งนี้ พบว่า ระดับหนี้ครัวเรือนที่ลดลง เป็นผลจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) มีการฟื้นตัวขึ้น ขณะที่มูลหนี้ยอมรับว่าไม่ได้ลดลงมากนัก โดย ธปท. ยืนยันว่า การแก้ไขหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำอย่างครบวงจร และทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน

สำหรับปีนี้ ธปท.จะให้ความสำคัญในการตรวจสอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Responsible Lending อย่างใกล้ชิด เช่น การโฆษณาให้ข้อมูลคำเตือนพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ถูกต้อง การให้สินเชื่อที่ลูกหนี้จ่ายไหว และการแก้หนี้อย่างมีคุณภาพ โดยจะเป็นการตรวจแบบปูพรม หรือ ตรวจสอบผู้ให้บริการเชิงรุกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“เรื่องการตรวจสอบปีนี้จะเอาจริงมากขึ้น อย่างเบื้องต้นในตอนนี้หากเห็นการโฆษณาที่ยังผิด หรือลืมใส่เงื่อนไขแจ้งเตือนต่าง ๆ จะส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้บริหารของธนาคารนั้น ๆ ให้ปรับแก้ไข และในระยะต่อจะมีการเรียกเก็บค่าปรับด้วย” นางสาวสุวรรณี กล่าว

นางสาวสุวรรณี กล่าวอีกว่า การแก้หนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องสำคัญ และต้องทำอย่างครบวงจร รวมทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยมาตรการที่ ธปท.ดำเนินการในปัจจุบัน คือ การให้หน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของธปท. เข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ลูกหนี้ทั้งรายย่อยและลูกหนี้เอสเอ็มอี จะได้รับการเสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้และเหลือเงินเพียงพอในการดำรงชีพ ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ห้ามคิดค่าปรับไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนด (Prepayment fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลทุกประเภท ยกเว้นกรณี refinance สินเชื่อบ้านในช่วงเวลา 3 ปีแรก และห้ามคิดค่าธรรมเนียมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2567 ลูกหนี้เรื้อรังกลุ่มเปราะบาง จะได้รับความช่วยเหลือให้ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้นและลดภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น โดยลูกหนี้จะได้รับการแจ้งเตือน ให้เข้าร่วมมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง เพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาเป็นสินเชื่อที่ผ่อนชำระเป็นงวด ให้ปิดจบหนี้ภายใน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกิน 15% ต่อปี ขณะเดียวกันลูกหนี้จะได้รับการกระตุกเตือนให้มีวินัยมากขึ้นระหว่างที่ชำระหนี้ เช่น เมื่อชำระหนี้ใน mobile application จะมีการตั้งค่าเริ่มต้นให้ชำระเต็มจำนวน และหากเลือกชำระที่จำนวนอื่นจะมีคำเตือนว่า จะใช้เวลาปิดจบหนี้นานและมีภาระดอกเบี้ยมากกว่าชำระเต็มจำนวน โดยการแจ้งเตือนนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2567

สำหรับมาตรการที่ ธปท.ดำเนินการนี้ มีผลบังคับใช้กับเจ้าหนี้ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. คือ ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด รวมกลุ่มธุรกิจด้วย กลุ่มนอนแบงก์ เช่น บัตรเครดิต นาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อส่วนบุคคล จำนำทะเบียนรถยนต์ สินเชื่อบุคคลดิจิทัล และกลุ่มรับซื้อหนี้บริหาร ขณะที่กลุ่มสุดท้ายคือสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ปัจจุบันจะต้องมีการออกกฎหมายซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ขณะเดียวกันจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลัง

นางสาวสุวรรณี กล่าวถึงการหารือกับสถาบันการเงินเกี่ยวกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนั้น ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้หารือกับสถาบันการเงินอยู่เสมอ โดยช่วงไหนที่ต้องเข้มงวดกับสถาบันการเงิน ธปท.ก็จะมีเกณฑ์ที่เข้ม แต่หากช่วงไหนที่ควรผ่อนคลายก็ต้องผ่อนคลาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลลุยดับไฟหนี้ครัวเรือน! 2.7 หมื่นรายพ้นวิกฤต ลดภาระกว่า 3.5 พันล้าน

รัฐบาลเร่งช่วยประชาชนแก้ปัญหาหนี้สิน เปิดทางไกล่เกลี่ยหนี้สำเร็จแล้วกว่า 27,470 ราย ลดภาระค่าใช้จ่ายกว่า 3,530 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ามหกรรมแก้หนี้ฟ

SENA ดัน LivNex เช่าออมบ้านกระตุ้นกำลังซื้อ

SENA ชี้โจทย์ตลาดบ้านกำลังเปลี่ยนจาก ‘กู้ไม่ผ่าน’ เป็น’ไม่กล้ากู้’ หลังพบภาวะ Self-Rejection ลูกค้าปฏิเสธตัวเองก่อนโอน ถึง 50% ของยอดปฏิเสธการโอนทั้งหมด ดัน LivNex เช่าออมบ้าน กระตุ้นซื้อ

ปลื้มแก้หนี้ครัวเรือน 'รบ.' โชว์ 1 เดือน ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 1 พันราย ลดภาระปชช.กว่า 171 ล้านบาท

รัฐบาล เดินหน้าแก้หนี้ครัวเรือนต่อเนื่อง มหกรรมแก้หนี้ฯ 1 เดือนที่ผ่านมา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ กว่า1000 ราย ช่วยประชาชนลดภาระกว่า 171 ล้านบาท ปลดผู้ค้ำ กยศ. 947 ราย

‘เอ็กซิมแบงก์’ทุ่มหมื่นล้านเติมทุนผู้ประกอบการSME

'เอ็กซิมแบงก์’ เข็นมาตรการมีทรัพย์ มีทุน วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เติมทุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน